เข้มข้นขึ้นตามลำดับ แม้จะยังไม่มีความรุนแรง แต่ก็เริ่มจะมีเค้าลางเป็นกระแสข่าวออกมาบ้างแล้ว ล่าสุดคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธาน ได้แบ่งพื้นที่เลือกตั้งที่ ’น่าจะต้องจับตา” เป็น 3 สี ประกอบด้วย ’พื้นที่สีเหลือง” เป็นพื้นที่มีการแข่งขันกันรุนแรงแต่ยังไม่ถึงขั้นเกิดกระทบกระทั่ง ’พื้นที่สีส้ม” เป็นพื้นที่จับตามองและต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและ ’พื้นที่สีแดง” คือมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วจะต้องส่งกำลังลงไปจับตาดูเป็นพิเศษ
’พื้นที่สีเหลือง” มี 3 จังหวัด คือ กทม.เขต 11, 13, 18, 19, 27 และ 29, ปัตตานี เขต 3 และ ยะลา เขต 2
’พื้นที่สีส้ม” มี 20 จังหวัดคือ กทม.เขต 28, จ.นนทบุรี เขต 5, 6, ปทุมธานี เขต 2, สมุทรปราการ เขต 7, พระนครศรีอยุธยา เขต 1, 5, ลพบุรี เขต 2, ปราจีนบุรีเขต 2, ชลบุรี เขต 6, นครราชสีมา เขต 7, บุรีรัมย์ เขต 6, 8, อุบลราชธานีเขต 2, 8, สกลนคร เขต 1, 3, 6, เชียงราย เขต 5, พะเยา เขต 1, แม่ฮ่องสอน เขต 1, ลำปาง เขต 2, 4, พิษณุโลก เขต 1, ราชบุรี เขต 1, 3, นครศรีธรรมราช เขต 4 และภูเก็ต เขต 2
’พื้นที่สีแดง” มี 3 จังหวัดคือ เชียงราย เขต 4, นครสวรรค์ เขต 1 และนราธิวาส เขต 3
เมื่อมีการแข่งขันทางการเมืองอย่างเข้มข้น จึงไม่แปลกหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกลับหาเสียงในพื้นที่ ’ภาคเหนือ” เป็นครั้งที่ 2 ในระยะเวลาห่างกันไม่เท่าไร
ถ้าจำได้ ’วันเปิดตัว” น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นเลือก จ.เชียงใหม่ จากนั้นไป จ.เชียงราย ไป จ.พะเยา แต่การไปอีกครั้งคราวนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เน้นลงไปที่เขตเลือกตั้ง ที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะใน จ.เชียงราย ในเขตเลือกตั้งที่ 4
เขตนี้เป็นการต่อสู้ที่เรียกว่า ศึกตระกูลวันไชยธนวงศ์ เพราะ ’ตัวเต็ง” ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ล้วนนามสกุลเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยมี นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.เชียงรายที่ส่งลูกชาย นายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ลงสมัครส่วนพรรคเพื่อไทยส่งนายรังสรรค์ ซึ่งเป็นหลานนายสมบูรณ์ลงสู้
นอกจากนี้ เขตเลือกตั้งที่ 5 ตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ก็ส่ง น.ส.อทิติ วันไชยธนวงศ์ บุตรสาวลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย แข่งกับ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีต ส.ส.ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย
จ.เชียงราย ปัจจุบันมี 7 เขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งปี 50 พรรคพลังประชาชนกวาด ’ยกจังหวัด” แต่ครั้งนี้ ’ไม่หมู” อย่างที่คิด เพราะพรรคภูมิใจไทยที่มีนายเนวิน ชิดชอบ ทำหน้าที่เป็นคุณครูใหญ่อยู่นั้น มีการเมือง 2 ตระกูลใหญ่ในจังหวัดร่วมสู้ด้วยคือ ตระกูล ’จงสุทธนามณี” และตระกูล ’วันไชยธนวงศ์”
ต้องรู้ด้วยว่า นายสมบูรณ์นั้นก่อนหน้านี้ก็อยู่พรรคเพื่อไทย แต่ไม่นานก็หักด่านไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย จนถูกคนในพรรคเพื่อไทย และนายใหญ่จากดูไบ ชี้หน้าว่าเป็น ’งูเห่า” ว่ากันว่า ’งูเห่า” ที่ว่านี่แหละคือกลุ่มที่พรรคเพื่อไทยต้องจัดการให้สิ้นซากไม่ให้เป็นตัวอย่างในทางการเมืองต่อไป
เพราะถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา นั่นก็แสดงว่า ’ชินวัตร” กำลังสิ้นมนต์ขลัง
ที่ว่ากันว่ากระแสดีนั้นอาจจะดีจริงในแง่ของพรรค แต่ในแง่ของ ’ตัวบุคคล” ในหลายพื้นที่ภาคเหนือของพรรคเพื่อไทยเริ่มจะมีปัญหาออกมาให้เห็น
ภาคเหนือกับภาคอีสาน คือ 2 ภาคการเมืองที่พรรคเพื่อไทยหมายมั่นปั้นมือ ภาคอีสาน 126 เขตพรรคเพื่อไทยตั้งเป้า 100 ที่นั่ง ภาคเหนือ 96 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยตั้งเป้า 45-50 ที่นั่ง ฉะนั้นการไปหาเสียงโดยลืมดูฐานเสียงตัวเองจึงเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง
หากไม่ระวังพรรคเพื่อไทยในภาคเหนือมีสิทธิถูกพรรคภูมิใจไทย ’ตีท้ายครัว” เข้าให้ก็เป็นได้.
ที่มา: เดลินิวส์
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
’พื้นที่สีเหลือง” มี 3 จังหวัด คือ กทม.เขต 11, 13, 18, 19, 27 และ 29, ปัตตานี เขต 3 และ ยะลา เขต 2
’พื้นที่สีส้ม” มี 20 จังหวัดคือ กทม.เขต 28, จ.นนทบุรี เขต 5, 6, ปทุมธานี เขต 2, สมุทรปราการ เขต 7, พระนครศรีอยุธยา เขต 1, 5, ลพบุรี เขต 2, ปราจีนบุรีเขต 2, ชลบุรี เขต 6, นครราชสีมา เขต 7, บุรีรัมย์ เขต 6, 8, อุบลราชธานีเขต 2, 8, สกลนคร เขต 1, 3, 6, เชียงราย เขต 5, พะเยา เขต 1, แม่ฮ่องสอน เขต 1, ลำปาง เขต 2, 4, พิษณุโลก เขต 1, ราชบุรี เขต 1, 3, นครศรีธรรมราช เขต 4 และภูเก็ต เขต 2
’พื้นที่สีแดง” มี 3 จังหวัดคือ เชียงราย เขต 4, นครสวรรค์ เขต 1 และนราธิวาส เขต 3
เมื่อมีการแข่งขันทางการเมืองอย่างเข้มข้น จึงไม่แปลกหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกลับหาเสียงในพื้นที่ ’ภาคเหนือ” เป็นครั้งที่ 2 ในระยะเวลาห่างกันไม่เท่าไร
ถ้าจำได้ ’วันเปิดตัว” น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นเลือก จ.เชียงใหม่ จากนั้นไป จ.เชียงราย ไป จ.พะเยา แต่การไปอีกครั้งคราวนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เน้นลงไปที่เขตเลือกตั้ง ที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะใน จ.เชียงราย ในเขตเลือกตั้งที่ 4
เขตนี้เป็นการต่อสู้ที่เรียกว่า ศึกตระกูลวันไชยธนวงศ์ เพราะ ’ตัวเต็ง” ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ล้วนนามสกุลเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยมี นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.เชียงรายที่ส่งลูกชาย นายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ลงสมัครส่วนพรรคเพื่อไทยส่งนายรังสรรค์ ซึ่งเป็นหลานนายสมบูรณ์ลงสู้
นอกจากนี้ เขตเลือกตั้งที่ 5 ตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ก็ส่ง น.ส.อทิติ วันไชยธนวงศ์ บุตรสาวลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย แข่งกับ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีต ส.ส.ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย
จ.เชียงราย ปัจจุบันมี 7 เขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งปี 50 พรรคพลังประชาชนกวาด ’ยกจังหวัด” แต่ครั้งนี้ ’ไม่หมู” อย่างที่คิด เพราะพรรคภูมิใจไทยที่มีนายเนวิน ชิดชอบ ทำหน้าที่เป็นคุณครูใหญ่อยู่นั้น มีการเมือง 2 ตระกูลใหญ่ในจังหวัดร่วมสู้ด้วยคือ ตระกูล ’จงสุทธนามณี” และตระกูล ’วันไชยธนวงศ์”
ต้องรู้ด้วยว่า นายสมบูรณ์นั้นก่อนหน้านี้ก็อยู่พรรคเพื่อไทย แต่ไม่นานก็หักด่านไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย จนถูกคนในพรรคเพื่อไทย และนายใหญ่จากดูไบ ชี้หน้าว่าเป็น ’งูเห่า” ว่ากันว่า ’งูเห่า” ที่ว่านี่แหละคือกลุ่มที่พรรคเพื่อไทยต้องจัดการให้สิ้นซากไม่ให้เป็นตัวอย่างในทางการเมืองต่อไป
เพราะถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา นั่นก็แสดงว่า ’ชินวัตร” กำลังสิ้นมนต์ขลัง
ที่ว่ากันว่ากระแสดีนั้นอาจจะดีจริงในแง่ของพรรค แต่ในแง่ของ ’ตัวบุคคล” ในหลายพื้นที่ภาคเหนือของพรรคเพื่อไทยเริ่มจะมีปัญหาออกมาให้เห็น
ภาคเหนือกับภาคอีสาน คือ 2 ภาคการเมืองที่พรรคเพื่อไทยหมายมั่นปั้นมือ ภาคอีสาน 126 เขตพรรคเพื่อไทยตั้งเป้า 100 ที่นั่ง ภาคเหนือ 96 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยตั้งเป้า 45-50 ที่นั่ง ฉะนั้นการไปหาเสียงโดยลืมดูฐานเสียงตัวเองจึงเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง
หากไม่ระวังพรรคเพื่อไทยในภาคเหนือมีสิทธิถูกพรรคภูมิใจไทย ’ตีท้ายครัว” เข้าให้ก็เป็นได้.
ที่มา: เดลินิวส์
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น