ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑
โพลิติคอลพรีซันเนอร์อินไทยแลนด์ (พีพีที) ขอเสี่ยงต่อการทำให้ผู้อ่านเบื่อ แต่เราต้องการที่จะย้ำสองสามความเห็นเก่าที่เคยได้ลงไปแล้ว ในแผนการณ์ที่รัฐบาลปัจจุบันจะบังคับใช้ พรบ.ความมั่นคงภายในฯ อย่างพร่ำเพรื่อ
เป็นการปฎิบัติการที่น่าประหลาดใจ ที่สักแต่นำ พรบ.ที่บีบบังคับออกมาประกาศใช้ ไม่น่าเชื่อว่าไม่มีใครแย้งในเรื่องนี้
นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อ้างว่า การประกาศใช้ พรบ.นี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักนิติธรรม (The Rule of law) แต่นี่เป็นการใช้ พรบ.ที่รุนแรง ซึ่งรัฐบาลที่มีกองทัพหนุนหลังร่างขี้นมาเอง และนำมาประกาศใช้ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเมืองของพรรคตัวเอง ด้วยข้ออ้างกลวงๆที่ว่า เพื่อประโยชน์ของทั้งสิทธิมนุษยชน และ หลักนิติธรรม ผลสะท้อนในทางลบของ พรบ.ความมั่นคงภายในฯ ที่มีต่อสิทธิของความเป็นมนุษย์หาอ่านได้จาก ที่นี่
ที่เราต้องย้ำอีกครั้งเนื่องจาก สื่อในทุกวันนี้ออกข่าวเหมือนลอกมาจากของเก่า ที่เราเคยอ่านเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายที่บึบบังคับนี้
จากเนชั่น (วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๒: “ผบ.ทบ.มั่นใจว่า การประชุมสุดยอดจะไม่มีสะดุด“) “เมื่อวานนี้ ผบ.ทบ.แสดงความมั่นใจว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ ๑๕ ที่จะมีขี้นในไม่ช้านี้ จะปราศจากปัญหาใดๆ นอกเสียจากว่าแผนการณ์ที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลคนเสื้อแดงจะทำการประท้วง”
อาจจะเป็นเพราะกลุ่มเสื้อแดงมีแผนการณ์จะชุมนุมที่กรุงเทพต่างหาก ไม่ใช่ที่หัวหิน
แม้ว่าระยะทางจะห่างไกลกันพอสมควร ดูเหมือนจะไม่เป็นที่แยแสจากทางกองทัพซึ่งได้ประโยชน์ทุกครั้งจากการที่งัดเอาพรบ.ความมั่นคงภายในฯ ออกมาใช้ หรือพรรคประชาธิปไตยซึ่งฉวยโอกาสทุกครั้งที่จะหาได้ ในการบังคับใช้ พรบ.ความมั่นคงภายในฯ เพื่อเอามาบีบกลุ่มต่อต้านเสื้อแดงนี้
เหมือนกับการอ่านบทเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ที่นายบูรนาถ สมุทรักษ์ โฆษกรัฐบาล หนึ่งในแกนนำต่อต้านสิทธิมนุษยชนแห่งพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “เขารู้สึกว่าเสื้อแดงพยายามที่จะยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขี้นในประเทศ” เช่นเคย ไม่เคยมีหลักฐานอ้างอิงใดๆ มีแต่ “รู้สึกว่า” ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอต่อพรรคที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปัตย์
นายบูรนาถจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเมื่อ “ทุกพรรคให้การสนับสนุนแผนการณ์ของรัฐบาลในการบังคับใช้ พรบ.ความมั่นคงภายในฯ ที่เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธุ์ เพื่อให้แน่ใจว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนจะดำเนินไปด้วยความสงบและเรียบร้อย”
ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์และกองทัพที่หนุนหลังนั้น ต่างทราบดีว่าแต่ละครั้งที่งัดเอา พรบ.ความมั่นคงภายในฯออกมาบังคับใช้ ครั้งต่อไปจะยิ่งเป็นเรื่องที่ง่ายขี้น การบีบบังคับกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับกันไปแล้ว
อภิสิทธิ์ควรมีความละอายใจแก่ตัวเองเวลาพูดถึงหลักนิติธรรม เพราะอภิสิทธิ์ไม่ยอมทำความเข้าใจว่ากฎหมายไม่ได้มีไว้ใช้บีบบังคับ ไม่แน่นะ บางทีอภิสิทธิ์อาจจะยิ่งกว่าเข้าใจก็ได้ เป้าหมายของอภิสิทธิ์อาจต้องการให้มีการบีบบังคับ และเยาะเย้ยความคิดในเรื่องหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยในระบอบการปกครองตามแบบประชาธิปไตย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น