--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ถอดถอน.. คนเคยกันเองที่ เล่นกันแรง !!?

รัฐบาลควรมีสมาธิในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองมากกว่าที่จะต้องออกมาชี้แจงในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง

นายนพดล ปัทมะ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ในอดีตสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชนก็เคยนั่งเก้าอี้เดียวกับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศมาก่อนให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 18 ส.ค.

ก็เป็นเรื่องที่ใช่เลย ที่รัฐมนตรีหน้าใหม่ พึงระวังไว้ว่าไม่ควรไปทำอะไร ’นอกลู่นอกทาง“ และทำการในลักษณะเพื่อคนหนึ่งคนใด ยิ่งในช่วงที่รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาด้วยแล้ว ยิ่งไม่สมควรจะทำ

แต่การที่ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง อดีต รมว.วัฒนธรรมและ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา แถลงข่าวระบุว่า จะยื่น ’ถอด
ถอน“ นายสุรพงษ์ โดยใช้เสียง 1 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมดหรือ 125 คน จากนั้นยื่นต่อประธานวุฒิสภา ขณะเดียวกันก็ดำเนินคดีอาญากับนายสุรพงษ์และอาจจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.หากเข้าข่าย

กรณีนี้ไม่ใช่จู่ ๆ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านจะลุกขึ้นมา ’ชงเองกินเอง“ แต่เป็นข่าวที่ปรากฏออกตามสื่อมวลชนและมาจากคำให้สัมภาษณ์ของผู้เกี่ยวข้องทั้งจากตัวนายสุรพงษ์เอง จากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและจากโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละส่วนพูดไม่ตรงกันเอาซะเลย

เรื่องนี้ถือเป็น ’เรื่องใหญ่“ ที่คนระดับรัฐมนตรีไม่ควรไปดำเนินการเช่นนี้

ที่สุดแล้ว นายสุรพงษ์ ก็กลายเป็น ’รูโหว่“ ของรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ไปจนได้

แต่หากดูโจทก์ ดูจำเลยแล้วจะพบว่า ครั้งหนึ่งนายนิพิฏฐ์กับนายสุรพงษ์ เคยกอดคอสู้คดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ มาด้วยกัน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ทวิตเตอร์ ผ่าน @SatitTrang เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า สมัยสุรพงษ์เป็น ส.ส.ปชป.ไม่เคยจับงานด้านต่างประเทศเลย ภารกิจตอนนั้นคือตรวจสอบทักษิณเรื่องโทรคมนาคม ไปดูรายงานการประชุมสภาได้ และสุรพงษ์มีบทบาทต้านทักษิณแข็งขันมากเพราะอยู่ไอบีเอ็มมาก่อน จนถูกฟ้องมีคดีต้องให้นิพิฏฐ์ช่วยจึงรอดมาได้ เวลามา ปชป.ตอนนั้นสุรพงษ์มักจะมาพร้อมคำทำนายต่าง ๆเรื่องการหมดอำนาจของทักษิณ จนคนใน ปชป.งงจนวันนี้ว่าสุรพงษ์คนนี้คนเดียวกับตอนนั้นรึเปล่า

แต่การเมืองก็อย่างที่รู้ ’ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร“ และนายสุรพงษ์ก็ไม่ใช่ ’ครั้งแรก“ นายนพดล นั้นเคยมาก่อนและเป็นรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ถูกเบรกกระแสจาก’นักร้องอาชีพ“ อย่าง นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย

“พรรคได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่าในช่วงปลายรัฐบาลรักษาการพรรคประชาธิปัตย์ มีการทิ้งทวนหลายโครงการซึ่งพรรคจะยื่นเรื่องให้รัฐบาลใหม่ตรวจสอบ โดยเฉพาะโครงการประกวดราคาก่อสร้างบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกหรืออีสวอเตอร์ มูลค่า 900 ล้านบาทน่าจะมีการล็อกสเปก โครงการจ้างก่อสร้างอาคารปฏิบัติการและระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่า 1,909 ล้านบาท โครงการปรับปรุงระบบปรับอากาศอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบินและสะพานเทียบเครื่องบิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่า 645 ล้านบาท ที่มีเวลาในการเตรียมข้อเสนอด้านเทคนิคและราคาสั้นมาก”

ส.ส.มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ชาติ หากเห็นว่าไม่ชอบมาพากล ก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนเหมือนที่ร้อง ’รายวัน“ สมัยเป็นฝ่ายค้าน คงต้องปล่อยให้เป็นไปตาม ’กระบวนการ“ เพราะหากไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้ต้องกลัว แค่เริ่มยังโดนขนาดนี้ เป็นห่วงขาเก้าอี้เจ้ากระทรวงบัวแก้วซะจริง ๆ.

ที่มา: เดลินิวส์
/////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น