เมื่อตัดสินใจเข้าสู่ถนนการเมืองและต้องแบกภาระในฐานะผู้นำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี จึงเหมือนเป็นทุกขลาภ เพราะต้องพิสูจน์ตัวเองตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
แม้แต่วันนี้ชัยชนะก็กำลังจะเป็นยาขม เพราะทุกเสียงของประชาชนต่างก็ตั้งความหวังว่าผู้นำและรัฐบาลใหม่จะสามารถแก้ไขปัญหาให้ได้
ดังนั้น การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จึงต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้เป็นแค่เรื่องของโควตาที่ใครก็เป็นรัฐมนตรีได้ แต่จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และสามารถทำงานได้ทันทีตามที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน เพราะแค่เรื่องการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันเรื่องเดียวก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้
ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลและภายในพรรคเพื่อไทยเองก็มีแต่ข่าวในทางลบของกลุ่มต่างๆที่ออกมาเรียกร้องขอตำแหน่ง ทั้งที่ทุกฝ่ายรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้อยู่ท่ามกลางเขาควาย ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามหลายกลุ่มก็ประกาศชัดเจนว่าพร้อมจะเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาลทันทีหากบริหารผิดพลาด หรือพยายามผลักดันนโยบายที่มีผลต่อความขัดแย้ง
จึงไม่แปลกที่แม้แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตำแหน่งเดียวก็ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องออกมาแสดงความชัดเจนว่าจะไม่มีการนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใดๆ ซึ่งข่าวที่ออกมาจะเป็นข่าวลือ ข่าวปล่อย หรือข่าวมั่วที่ผู้สื่อข่าวคิดเองก็ตาม ล้วนส่งผลในทางลบทั้งสิ้น
ขณะเดียวกันก็ทำให้เห็นถึงความสำคัญของกองทัพที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ตราบใดที่สถานการณ์ทางการเมืองยังมีความขัดแย้งและแตกแยกสูง
ขณะที่ภาคประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 2553 ก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่เร่งหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ พร้อมฟื้นฟูสภาพจิตใจครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งนักโทษทางการเมืองและคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยการผลักดันให้เกิดความยุติธรรมตามหลักนิติรัฐ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้มีการประกันตัวตามหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้ต่อสู้คดีความตามกระบวนการยุติธรรม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรีจึงต้องให้ความสำคัญทั้งเรื่องของคนเป็นและคนตาย ซึ่งไม่ใช่แค่เสถียรภาพของรัฐบาลเท่านั้น แต่ต้องทำให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าไปอย่างมั่นคงด้วย
เพราะหากไม่มีความยุติธรรมก็ไม่สามารถทำให้ความจริงปรากฏ และไม่มีวันทำให้สังคมไทยเกิดความปรองดองขึ้นได้
ที่มา.หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
*******************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น