--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เปิดใจ:สมบัติ ก้าวข้าม ทักษิณ สังคมต้องการประชาธิปไตย !!?



สัมภาษณ์พิเศษ :"สมบัติ บุญงามอนงค์"ก้าวข้าม"ทักษิณ" เพราะสังคมต้องการพัฒนาการไปสู่ประชาธิปไตย

ครั้งที่ม่านควันแห่งการสลายการชุมนุมเมื่อพฤษภาคม53 ยังหนาทึบ พรางสายตาให้คนเสื้อแดงลอยเคว้ง ไร้หลักทิศ "สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด)" ได้ส่งแคมเปญ"วันอาทิตย์สีแดง"ทำกิจกรรมผูกผ้าที่แยกราชประสงค์กระตุกสติคนเสื้อแดง

กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ว่า แม้จะไม่ส่งผลแบบทันด่วน แต่การใช้สันติวิธี พร้อมขยายแนวร่วมรบแบบที่เรียกว่า "แกนนอน" ทำหน้าที่"สื่อสาร"และเรียกสติแนวร่วมแบบไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้คนเสื้อแดงเริ่มรวมติดก่อนจัดขบวนต่อรองกับรัฐบาลใหม่

ครบรอบ2ปีการชุมนุม มีบริบทที่พิเศษกว่าครั้งไหน ด้วยวีดีโอลิงค์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปรียบเปรย"เสื้อแดง" เป็นดั่ง "เรือ" ที่ส่งถึงฝัง โดยที่จากนี้ไปเขาเลือก “สละเรือ”เพื่อ"นั่งรถ" ได้ซ่อนนัยยะสู่การตีความได้หลายหลาก

คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความหมายไม่ต่างอะไรกับคนเสื้อแดงที่แล้วมาถูกหลอก

คุณทักษิณกำลังหลงตัว คิดว่าตัวเองเป็นเป้าหมาย คำพูดล่าสุดมันชัดเจนที่คิดว่าตัวเองคือเป้าหมายการต่อสู้ครั้งนี้ ทั้งที่จริงๆ แม้จะรักคุณทักษิณแต่คนเหล่านั้นเรียกร้องประชาธิปไตย ถึงจะชอบคุณทักษิณ แต่เงื่อนไขการสู้เพื่อคุณทักษิณอย่างเดียวไม่สามารถเรียกคนออกมาได้ขนาดนี้ อย่างน้อยก็ไม่มีทางเรียกคนอย่างผมได้ หรือเรียกปัญญาชน กระทั่งชาวบ้านออกไม่ได้ขนาดนี้ ลำพังคุณทักษิณมันไม่เพียงพอหรอก เพราะประเด็นใหญ่ที่ประชาชนสนใจคือสังคมที่จะวิวัฒนาการไปสู่สังคมที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น มีคุณภาพทางการเมืองที่สูงกว่าสมัยคุณทักษิณด้วยซ้ำ แต่พอคุณทักษิณพูดแบบนี้มันก็กลายเป็นรถไฟสายประชาธิปไตยถึงแค่สถานีคุณทักษิณ ซึ่งคุณทักษิณอาจจะบอกนี้คือสถานีประชาธิปไตย แต่นั่นคือการหลงตัวเอง

วิเคราะห์ว่าเหตุใดคุณทักษิณถึงพูดเช่นนั้น

คงคิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากไปเจรจากับฝั่งโน้นมา และฝ่ายโน้นเองอาจจะให้ทหารเริ่มออกจากประชาธิปัตย์ หัวหน้าอำมาตย์ก็ไปฟังเพลงที่ทำเนียบรัฐบาล มีรดน้ำดำหัวกัน นั่นมันคือการส่งสัญญาณชัดว่ามีการเจรจาต่อรองกัน ทางนี้ (ฝ่ายคุณทักษิณ) จึงส่งสัญญาณมาก ผมว่าสิ่งที่น่ากลัวสำหรับอำนาจนอกระบบไม่ใช่คุณทักษิณแล้ว แต่มันคือเสื้อแดง ดังนั้นเขาต้องหยุด และคุณทักษิณอาจรับจ็อบมาให้ช่วยหยุดคนเหล่านี้

หรืออาจจะประเมินแล้วว่าเสื้อแดงอย่างพวกคุณ ที่ถือเป็นแดงฝ่ายก้าวหน้ามีน้อย

ผมว่าเขาไมได้ประเมินเรื่องนั้น แต่เขาคงคิดว่าเมื่อพูดแล้วทุกคนจะเห็นตามเลย มันอาจมีทีมาจากการประเมินผิด ทุกคนเวลาเจอคุณทักษิณก็แสดงออกถึงความรัก มีคนอยากไปหาเยอะ คือมีทั้งคนที่รักเขาจริงๆ อีกอย่างคือเขาเป็นศูนย์รวมอำนาจ มีแต่คนอยากเข้าถึง อยากเป็นสายตรง ดังนั้นเขาอาจจะมั่นใจว่าเป็นที่รัก มีความสำคัญ แต่คิดบนฐานตัวเอง ไม่ได้คิดบนฐานชาวบ้าน เขาไม่รู้ว่าในประเทศไทยมันมีมิติอย่างไรบ้าง

คนเสื้อแดงที่มองไปไกลกว่าเรื่องคุณทักษิณมีมากขนาดไหน

ที่ไปไกลกว่าคุณทักษิณอาจมีไม่เยอะ แต่ว่าคนที่คิดมากกว่าทักษิณมันมีมาก กล่าวคือพร้อมจะต่อสู้เรื่องที่มากกว่าเรื่องของคุณทักษิณมาก เพียงแต่เสื้อแดงส่วนใหญ่ยังยึดติดกับคุณทักษิณเพราะอยากจะพาไปด้วย นึกออกไหม คือเขาเองก็อยากจะลากไปด้วย คิดว่าลงเรือลำเดียวกัน แต่การปราศรัยครั้งนี้มันเป็นโอกาสดีที่จะทำให้ก้าวข้ามเพราะการพูดเช่นนี้ทำให้คนจำนวนหนึ่งก้าวข้ามคุณทักษิณได้

แนวคิดแบบก้าวหน้า จะช่วงชิงแกนนำในหมู่คนเสื้อแดงได้อย่างไร

ไม่ ไม่ (ส่ายหน้า) ผมไม่กล้าขนาดนั้น ผมไม่มีศักยภาพพอจะไปนำใครขนาดนั้น ผมเป็นแค่คนขายไอเดีย และคิดว่านี่คือเวลาที่ดีที่สุด แต่ต้องให้เวลาเขาถกเถียงกันสักพักนี่เป็นประเด็นที่ร้อนที่สุดแล้วในหมู่คนเสื้อแดง เพราะนี่หมายถึงการสร้าง ทิศทางของคนเสื้อแดงต่อจากนี้ว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งคนที่ควรจะพูดก่อนและผมเองก็ให้เกียรติคือ อ.ธิดา (ถาวรเศรษฐ์) ประธานนปช.มิเช่นนั้นหากไม่พูดมันก็เปรียบเสมือนมวลชนถูกทิ้งกลางทะเล

ตอนนี้ผมเองเพียงตะโกนบอกว่า “เราต้องไปต่อ” เพราะวันนี้เถ้าแก่ดูไบไปแล้ว เราก็ต้องทำใจ ใครจะไป ไม่มีใครว่าหรือใครจะอาลัยอาวรณ์ผมก็เข้าใจ แต่ผมเองไม่มี ผมเพียงแต่รู้สึกว่าเมื่อคุณคิดลงจากขบวนก็น่าจะทำให้ดูดีหน่อย ผมรับไม่ค่อยได้ที่จะบอกว่าผมเพียงแค่มาส่งคุณ ผมเองก็มีศักดิ์ศรีไม่ต่างกัน และมีสถานะเป็นแนวร่วม คือเรากำลังวิ่งไปหาสั่งคมประชาธิปไตย เพราะคิดว่าสังคมแบบนี้จะให้ความเป็นธรรมกับเราทุกคน ถ้าคุณเห็นว่าประชาธิปไตยเป็นธรรมคุณก็โดดขึ้นมา แต่จู่ๆคุณก็บอกว่าคุณถึงแล้ว แต่เรายังไม่ถึงนะ

คุณคิดว่าความเป็นธรรมของคุณคือการไปเจรจาก็ตามใจ แต่ว่าคุณขึ้นเขาได้คนเดียวนะ แล้วชาวบ้านเยอะแยะจะทำยังไง จะรักษาขบวนอย่างไร แล้วขอโทษนะ…ผมคิดว่าภารกิจนี้เป็นภารกิจประวัติศาสตร์จริงๆ คุณทักษิณนั้นเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ที่สำคัญของคนประชาชน

แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่าความแข็งแรงของคนเสื้อแดงในวันนี้ กลุ่มคนชอบคุณทักษิณมีส่วนสำคัญอย่างมาก

เพราะมันอ้างประชาธิปไตยไง ถึงมีคนตามมา ถ้าไปบอกว่าเพื่อทักษิณคนจะไม่ตามมาขนาดนี้

ก้าวต่อไปของคนเสื้อแดงควรจะเป็นอย่างไร

ผมยืนยันว่าขบวนการประชาธิปไตยต้องประกอบไปด้วยองค์กรขนาดเล็กจำนวนมาก และองค์กรขนาดเล็กนี้เองถึงจะล้อมเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่เรียกว่าสมาพันธ์หรือสมัชชา แต่ที่ผ่านมาเราไม่มีองค์กรขนาดเล็ก มีแต่องค์กรขนาดใหญ่ และองค์กรขนาดใหญ่นี่เองที่รวบการนำ การคิด เป็นคนกำหนด แต่ถ้าเรามีองค์กรขนาดเล็กจำนวนมากแล้ว เวลาเคลื่อนก็จะทำให้ภาพใหญ่มันแน่น อีกอย่างการรวมกลุ่มขนาดเล็กทำให้เกิดการปฏิบัติการ ซึ่งเมื่อเปลี่ยนมวลชนเป็นผู้ปฏิบัติการได้ มันจะมีศักยภาพมาก พลังของขบวนจะเพิ่ม วันนี้เสื้อแดงเยอะมากพอแล้ว เพียงแต่ต้องเปลี่ยนจากมวลชนมาเป็นผู้ปฏิบัติงานให้ได้ เพื่อศักยภาพมันจะสูงสุด เมื่อเขารวมกลุ่มกัน มันจะเกิดการศึกษาเรียนรู้ ไม่ใช่ฟังการปราศรัยเสร็จ ใครพูดอย่างไรก็ว่าตามนั้น

กลุ่มย่อยที่ว่าหมายถึงอะไร หรือเป็นการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงแบบที่ทำอยู่

ได้หมด อาจจะเป็นตามซอย ที่ทำงาน ชุมชน เรื่องนี้มันเกิดขึ้นสมัย14ตุลา 16 มันทำสิ่งที่เรียกว่ากลุ่มศึกษา ที่อาจไม่ต้องมีการชุมนุมใหญ่โตก็ได้ แต่กลุ่มศึกษา อาจจะเป็นผู้นำตามธรรมชาติ ชุมชน มีแดงประจำซอย แดงประจำออฟฟิศ มีการเกาะกลุ่มใกล้บ้าน เป็นพรรคพวกสถาบันเดียวกัน รวมกลุ่มกัน มีวิทยากรมาให้ความรู้ เหมือนสมัยก่อนที่ศึกษาจากบทความ มาวิเคราะห์กัน

เสื้อแดงในเชิงปริมาณพอแล้ว สิ่งที่เราขาดคือคุณภาพ ถ้าเสื้อแดงเปลี่ยนเป็นคุณภาพได้ ชนชั้นกลางก็จะยอมรับมากขึ้น พวกที่เคยต่อต้านก็จะลดการต่อต้าน อาจจะไม่ถึงขนาดกลับข้างมาเป็นพวกแต่จะลดการต่อต้านลง

การชนะเร็วๆคือการชนะแบบชนชั้นนำ ไม่เกิดประชาธิปไตยจริงๆ นี่คือโอกาสดีที่จะเปลี่ยนคุณภาพของคนในสังคม ประชาธิปไตยที่สุดคือการเปลี่ยนคุณภาพในสังคม ไม่ใช่แค่การมีรัฐบาลที่ดีเท่านั้น แต่คุณภาพคนในสังคมต้องเปลี่ยน

จริงอยู่การล้มอำมาตย์เป็นภารกิจหนึ่ง แต่หากเราล้มอำมาตย์โดยไม่ได้เน้นการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยก็ไม่ต่างอะไรกับพันธมิตร ที่บอกว่านักการเมืองเลว ซึ่งผมเองก็ไม่เคยขัด แต่พันธมิตรฯก็ไม่มีรูปแบบการนำเสนอทางใหม่ๆ อย่างช่วงหลังที่คนเสื้อแดงเริ่มพูดถึง Primary vote แบบนี้ เพราะไม่มีทางเลยที่นักการเมืองจะพูดก่อน แต่มวลชนต้องเสนอเรื่องแบบนี้

นี่เฉพาะเรื่อง primary Vote น่ะ แต่ต่อไปมันต้องพูดไปถึงประชาธิปไตยกินได้ ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งของการสร้างพรรคการเมือง ที่ตอบสนองคนในพื้นที่ สร้างการมีส่วนร่วมและสังเคราะห์ปัญหา หรือข้อเสนอ นำไปสู่การพัฒนาชุมชนตนเอง และข้อเสนอใดที่ต้องขึ้นไปในระดับนโยบายพรรคก็ต้องมีช่องทางที่จะรับจากข้างล่างและทำการสังเคราะห์ผลักดันเป็นนโยบายไปสนับสนุน นี่คือระบบพรรคการเมืองในฝันที่เราอยากจะเห็น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่อยู่ในการออกแบบในพรรคการเมืองไทย ที่มีแต่ระบบเหมาทำ จะดีหน่อยก็ตรงที่บางพรรคอาจจะมีนักวิชาการส่วนหนึ่งที่ออกไปสำรวจ วิจัย แล้วผลิตเป็นนโยบาย ซึ่งถือว่ายังดีกว่าการนั่งเทียน แต่ก็ถือว่าไม่ใช่กระบวนการมีส่วนร่วมอยู่ดี ลองคิดดูถ้าพรรคเพื่อไทยทำได้เช่นนี้ พวกฝ่ายพันธมิตรก็รับได้

การสร้างสังคมตื่นรู้แบบใช้แกนนอน สำหรับคนเสื้อแดงเองจะเริ่มเมื่อใด

จะทำอะไรขอรอดูก่อน ผมยอมรับตอนนี้ผมทะเล่อทะล่าพอสมควร หมายความถ้าพูดมากกว่านี้ว่าผมกลัวว่าจะกลายเป็นเรื่องชิงดีชิงเด่น ผมวางตัวแบบนี้เพื่อผมจะมีพื้นที่เสนอต่อ ดังนั้นจะไม่ทำตัวในลักษณะการช่วงชิงแกนนำ และศักยภาพผมเองก็ทำขนาดนั้นไม่ได้ ผมประเมินตัวเองแล้ว ผมเป็นเพียงนักออกแบบนวัตกรรม เสนอความคิด แต่ผมคงไปนำคงไม่ไหว อย่าสงไรก็ตามพวกคุณต้องให้โอกาส นี่มันเพิ่งผ่านไม่กี่วัน และไม่มีใครแม้แต่คนเดียวสนับสนุนกับสิ่งที่คุณทักษิณคนเสื้อแดงก่อน จริงอยู่มีคนยังรักคุณทักษิณอยู่ แต่ข้อเสนอไม่มีใครเห็นด้วย

ความขัดแย้งในครั้งนี้ไมได้เกิดจากชนชั้นนำเหมือนที่เป็นมา จริงอยู่ที่วิกฤติการณ์ส่วนหนึ่งคือการที่ช้างชนกัน คือเป็นเรื่องของชนชั้นนำผู้มีอิทธิพล แต่ครั้งนี้มันมี2มิติ คือการปะทะด้านบน และการขยับตัวของชนชั้นกลาง และที่ซ้อนกว่านั้นคือการขยับในระดับฐานล่าง ที่ คนเหล่านี้มันลุกขึ้นมาอีก แล้วมีมิติการเคลื่อน ดันจากข้างล่างมาข้างบน เรื่องชนชั้นผมยืนยันมันมีอยู่จริง โคตรจริงเลย เพียงแต่ตัวละครที่เห็นมักจะมีแต่ระดับแกนนำที่ออกมาชนกันตามหน้าสื่อ

หลังการสลายการชุมนุม คุณออกเคลื่อนไหวด้วยการใช้สัญลักษณ์ด้วยการผูกผ้าแดง จะเกิดขึ้นสัญลักษณ์อะไรกับประเด็นนี้

ครั้งนั้นถึงผมไม่ออกมาทำวันอาทิตย์สีแดง มันก็ต้องมีคนออกมาอยู่ดี นั่นเพราะเจตจำนงมันมี ผมไม่ได้มีศักยภาพสูงขนาดนั้น แต่ความเป็นจริงทางสังคมทำให้เกิด มันเป็นความเป็นจริงที่คนรู้สึกอยากจะสู้ เหมือนกับรอบนี้ซึ่งต้องอ่านให้ออก ประเด็นคือตอนนั้นหลังจากปี 53 คนยังไม่ยอมแพ้แต่ไม่รู้สู้อย่างไร พอมีคนเคลื่อนเขาก็เกาะสิ่งนี้ ตอนนี้ก็เหมือนกัน คนมันยังไม่อยากหยุดแม้คุณทักษิณบอกจะพอแล้ว แต่คนไม่อยากหยุด มันเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่รอใครมาทำหน้าที่และมีทิศทาง ปักธง เพื่อเดินไปอีกรอบ

แต่เมื่อบริบทเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ก็ต้องคิดวิธี ผมคิดเล่นๆอาจจะมีทัวร์รถไฟสายประชาธิปไตยสักรอบ อาจเช่าโบกี้ขึ้นรถไฟไปอยุธยา ไปบ้านอ.ปรีดี (พนมยงค์) เชิญตัวหลักๆนักวิชาการที่ก้าวหน้า เชิญหลากหลายกลุ่มที่มีนัยยะ มาหารือบนรถไฟ และทบทวนกันว่าทำไมเส้นทางสายประชาธิปไตยมันไม่สุดสักที ถ้าจะเดินทางมันต้องทำอย่างไร ก็ใช้เส้นทางนี้หารือ ส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ ให้เปรียบเสมือนว่าการขึ้นรถไฟที่มีตัวแทนจากคนหลายกลุ่ม

ที่มา.กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เพื่อไทย – คนเสื้อแดง กับสถานะ ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน !!?

เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เหนือเกินกว่าที่นักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายท่านคาดการณ์ได้ หลังจากที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร วีดีโอลิงก์มาปราศรัยในวันครอบรอบ 2 ปีเหตุการณ์สลายการชุมนุมราชประสงค์ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหานั้นนำไปสู่การถกเถียงในวงกว้างไม่ใช่เฉพาะหมู่คนเสื้อแดงเท่านั้น เนื้อหาสาระที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์สรุปย่อๆมามีดังนี้ ดูลิงก์ที่นี่
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อกว่า รู้ว่าทุกคนเจ็บปวดและไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่วันนี้ต้องเราเรื่องส่วนตัวไว้ที่หลัง ให้เราอนาคตของบ้านเมืองไว้ก่อนดีกว่า หวังว่าการรำลึกเหตุการณ์การชุมนุมครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายบ้านเมือง ต้องกลับเป็นปกติโดยเร็ว เพื่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาธิปไตย ตนขอให้เสื้อแดงเสียสละวันนี้เราต้องมองไปหน้าบ้านเมืองหมดเวลาทะเลาะกันแล้ว ให้ลืมอดีตแล้วมองไปข้างหน้าศึกษาอดีตอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก หน้าที่ของพรรคเพื่อไทยคือต้องให้เป็นประชาธิปไตยให้เกิดความยุติธรรม โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดความยุติธรรม ซึ่งต้องมีการรื้อระบบของศาลใหม่ ขออภัยที่อาจฟังแล้วไม่พอใจแต่ที่พูดเพราะจำเป็นต้องพูด เพื่อความปรารถนาดี
พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวอีกว่า ดีใจที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 2 ไปแล้ว และเราต้องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นควรต้องเลือก ส.ส.ร. ที่เข้าใจในประชาธิปไตย และมีความเป็นธรรม เพราะนี่คือหัวใจ เช่น เรื่องของกรณีของนายอำพล ตั้งนพกุล หรืออากง เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น
นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวตอนท้ายว่า ขอให้รัฐบาลและแกนนำคนเสื้อแดงดูแลผู้ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบ ขอให้ติดตามและดำเนินการเยียวยาให้อย่างเต็มที่และดีที่สุดไม่ควรให้เกิดความล่าช้า ซึ่งจะต้องได้ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อนำไปสู่การเริ่มต้น คิดใหม่เพื่อให้บ้านเมืองไปข้างหน้า อย่างไรก็ตามตนจะเคารพเสียงส่วนใหญ่ไม่ทำอะไรเพื่อตัวเอง เราต้องก้าวเข้าสู้ความสมานฉันท์ เดินหน้าปรองดอง ที่พูดไม่ได้ให้ยอมแพ้

อดีตนายกฯทักษิณกำลังแสดงนัยยะว่าตัวของท่านนั้นเป็นศูนย์กลางในการเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอด 6 ปีที่ผ่านมาและท่านเลือกแนวทางการปรองดองโดยขอให้คนเสื้อแดงซึ่งท่านคิดว่าเคลื่อนไหวเพราะต้องการให้ทักษิณได้กลับประเทศไทยยุติการชุมนุมยุติการชุมนุมเพราะทักษิณจะเดินทางกลับประเทศไทยในเร็ววันนี้



ปฏิกิิริยาของฝ่ายคนเสื้อแดงหลายกลุ่มมองว่าการเคลื่อนไหวของทักษิณในครั้งนี้เป็นสิ่งที่สร้างความน่าผิดหวังเป็นอย่่างมาก “บ.ก.ลายจุด” สมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า (ดูลิงก์ ที่นี่)
หลังได้ฟังพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดิโอลิงค์มาเวทีราชประสงค์เมื่อค่ำวันที่ 19 พ.ค.ว่า โดยรวมต้องบอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พูดไม่เข้าหูคนฟังและมีปัญหาหลายเรื่อง ก่อนหน้าก็เคยพูดมาครั้งหนึ่งแล้วก็มีปัญหา แต่คราวนี้มันชัดเจนที่สุด ทำให้เกิดปฏิกิริยาวงกว้างในหมู่คนเสื้อแดง เพราะเป็นการพูดในเชิงปรับทิศทางในคนเสื้อแดง ข้อเสนอที่พูดแล้วมันเกิด Symbolic(การปฏิบัติการณ์ในคำสั่งต่างๆ ในรูปแบบสัญลักษณ์) เรามองว่าประชาธิปไตยเป็นขบวนรถไฟ ซึ่งอาจจะจอดได้หลายสถานี เราไม่ใช่คนพายเรือและคนอยู่บนเรือก็ไม่รู้สึกว่ามาส่งคุณทักษิณถึงฝั่งแล้ว มีแต่เขาขอกระโดดขึ้นรถไฟมาเอง เพื่อจะไปลงสถานีประชาธิปไตย ดังนั้นพอคนเสื้อแดงที่ได้ฟังจึงเกิดปฏิกิริยาออกมาทันที 1.เราไม่คิดว่าเราไปส่งใครไปไหน เราเป็นขบวนรถไฟที่เดินทางไกล ไม่ได้มาส่งคุณทักษิณ เขาโดดขึ้นมาเอง แล้ววันนี้ขอโดดลงเอง คำถามคือเขาโดดลงสถานีไหน หากลงสถานีทักษิณ ในฐานะผู้ที่เคยร่วมทางกันมา ก็ขออวยพรให้โชคดี วันนี้เชื่อว่ายังมีพรรคพวกเสื้อแดงอีกจำนวนหนึ่ง ที่ยังต้องการเดินต่อ อยากให้เกิดความเป็นธรรม ไม่มี 2 มาตรฐาน อยากได้การเมืองในเชิงที่จับต้องได้โดยมีประชาชนมีส่วนร่วม
ในขณะที่แกนนำมวลชนเสื้อแดงที่เข้าไปทำงานกับพรรคเพื่อไทยดาหน้ากันออกมาปกป้องทักษิณในกรณีวีดีโอลิงก์ดังกล่าว เริ่มตั้งแต่นาย ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงที่เคยถูกคุมขังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์วจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงกำลังจะแตกกันเองว่า (ดูลิงก์ ที่นี่)
กรณีที่นายอภิสิทธิ์ยุแหย่ให้พ.ต.ท.ทักษิณแตกคอกับคนเสื้อแดง บอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณหลอกใช้ เหยียบหัวคนเสื้อแดงกลับบ้านนั้น เนื้อหาการวีดีโอลิงค์ของพ.ต.ท.ทักษิณพูดถึงความปรองดองเพื่อให้ประเทศเดิน หน้าไปได้ ผมในฐานะเสื้อแดงคนหนึ่ง ยินดีรับฟังเพื่อจะได้นำมาชั่งน้ำหนัก หยั่งความเห็นของคนเสื้อแดงทั้งประเทศ เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุดร่วมกัน แต่ถึงพูดอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณกับคนเสื้อแดงก็ไม่แตกคอ เพราะเป็นคู่แฝดกัน
ในขณะที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯสังกัดพรรคเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดงคนสำคัญ ให้ความมั่นใจว่า (ดูลิงก์ที่นี่)
พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีทางที่จะทิ้งพี่น้องคนเสื้อแดงอย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่รู้จักพ.ต.ท.ทักษิณ มา ไม่เคยเห็นพ.ต.ท.ทักษิณ ทิ้งเพื่อนหรือมิตรที่เคยต่อสู้ร่วมกันมา ซึ่งตอนนี้รัฐบาลได้สืบสวนหาคนผิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจ ทั้งนี้ ยังฝากถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า การออกมาวิพากษ์วิจารณ์พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ไม่สามารถทำให้คนเสื้อแดงเปลี่ยนใจไปนิยมพรรคประชาธิปัตย์ได้แน่นอน
ทางด้านการดำเนินการเพื่อเยียวยาผู้เสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมือง นาย ธงทอง จันทรางศุ การเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อแจ้งความจำนงเพื่อรับเงินเยียวยา ในต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านชีวิตและทางกาย จำนวน 4,871 ราย และเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆปรากฏว่ามีเอกสารหลักฐานครบถ้วนก็จะเริ่มได้รับเงินเยียวยา ในรอบแรกจำนวน 522 ราย เป็นจำนวนเงิน 577 ล้านบาท โดยจะมีพิธีมอบเงินในวันที่ 24 พฤษภาคม เวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล

ประเด็นก็คือสำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงหลายกลุ่มการจ่ายเงินเยียวยานั้นไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเรื่องราวทั้งหมด แต่จะเป็นก้าวแรกในการเริ่มต้นของการสืบหาความจริงเหตุสลายการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งพวกเขาคาดหวังว่าเมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งเรื่องดังกล่าวจะมีความคืบหน้าแต่กลับไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถผลักดันเรื่องดังกล่าวอย่างเอาจริงเอาจังและยิ่งเพิ่มความคาดหวังเมื่อสมาชิกแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงหลายคนเข้าไปมีตำแหน่งทางการเมือง และยิ่งเมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยปรับโหมดเข้าสู่การปรองดองเรื่องของการค้นหาความจริงของเหตุสลายการชุมนุมนั้นยิ่งถูกลดลำดับความสำคัญ โดยสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายคนเรียกร้องให้เสื้อแดงเสียสละเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า



สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ แล้วพรรคเพื่อไทยได้เสียสละอะไรต่อการสูญเสียของคนเสื้อแดงไปบ้าง? หากจะนับว่าการผลักดันเรื่องการจ่ายเงินชดเชยเยียวยามาเป็นบุญเป็นคุณนั้น อาจจะทำความขัดแย้งยิ่งขยายไปกันใหญ่ ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจก็คือการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดปทุมธานี และการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งที่ปทุมธานีและอุดรธานีเป็นแรงกระเพื่อมเล็กๆให้กับพรรคเพื่อไทยกับความพ่ายแพ้ หากแม้พรรคเพื่อไทยมองว่าการพ่ายแพ้ในระดับ 3-5 ที่นั่งนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพให้กับพรรคการเมืองที่มีเสียงระดับเกิน 200 เสียงนั้นอาจจะประเมินคนเสื้อแดงต่ำไป

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 นั้นคนเสื้อแดงกำลังประกาศชัยชนะของพวกเขาโดยการเข้าคูหาเลือกพรรคเพื่อไทย ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน รักชอบในพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ บ้าง ชื่นชอบนโยบายพรรคเพื่อไทยบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงส่วนหนึ่งซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเลือกพรรคเพื่อไทยเนื่องจากแรงกดดันและความคับแค้นใจตลอดระยะเวลาของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จนทำให้กระแสพรรคท่วมท้นกวาดพื้นที่และคะแนนเสียงอย่างถล่มทลาย ส่งให้ส.ส.หน้าใหม่ที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงได้เข้าในสภาเพื่อหวังที่จะเป็นปากเป็นเสียงให้กับพวกเขา



ไม่ว่าความสัมพันธ์ของพรรคเพื่อไทยหรือกลุ่มคนเสื้อแดงจะเป็นเช่นไร? คู่แฝดหรือคู่ขัดแย้ง? จะนั่งรถไฟหรือจะแจวเรือ? แต่สิ่งที่สามารถคาดเดาได้แน่ๆก็คือ 1.ความขัดแย้งดังกล่าวจะไม่ส่งผลในแง่บวกกับพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน เพราะถึงแม้คนเสื้อแดงจะผิดหวังกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยแต่ก็จะไม่สวิงโหวตไปยังพรรคประชาธิปัตย์ 2.การดำเนินนโยบายของพรรคเพื่อไทยต่อจากนี้จะอยู่ในสายตาและการตรวจสอบของกลุ่มคนเสื้อแดงมากยิ่งขึ้น หากเกิดการเลือกตั้งใหม่ในเร็ววันนี้ SIU คาดว่าคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยจะหายไป 20 – 30 ที่นั่ง หากยังไม่สามารถดำเนินนโยบายที่ได้หาเสียงไว้รวมไปถึงนโยบายที่เกี่ยวกับคนเสื้อแดงโดยตรง

คำถามที่น่าสนใจก็คือพรรคเพื่อไทยรู้ถึงปรากฏการณ์และแรงกระเพื่อมนี้แล้วหรือยัง? และถ้ารู้สึกจะมีการปรับตัวอย่างไร? เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงได้ประกาศเป็นนัยแล้วว่าพวกเขาอาจจะเป็นมิตรร่วมรบกันได้ แต่ก็ปฏิเสธที่จะเป็นของตายของพรรคเพื่อไทยเช่นกันหากการดำเนินนโยบายที่หาเสียงไม่สามารถทำได้ และยังเมินเสียงของคนเสื้อแดงด้วย!!

ที่มา.Siam Intelligence Unit
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ปากพาจน !!?


คนจะชั่ว จะดี อยู่ที่ปาก
คนหนึ่งพวก ไร้ราก กล่าวถากถาง
พูดกระทบ ถึงใคร นัยวาง
คำเอ่ยอ้าง ขาดสติ มิบังควร

คนจะชั่ว จะดี อยู่ที่ปาก
คำสำราก ไร้สำนึก รำลึกหวน
มิรู้จัก พินิจ คิดทบทวน
ฝากกระบวน ยุติธรรม พึงย้ำคิด

คนจะชั่ว จะดี อยู่ที่ปาก
กเลวราก โสโครก ดุจโรคจิต
พูดใส่ความ กล่าวหา บ้าสุดฤทธิ์
สร้างศัตรู ทั่วทิศ คอยบิดเบือน

คนจะชั่ว จะดี อยู่ที่ปาก
พันธุ์พูดมาก ชอบพล่อย คำถ่อยเถื่อน
ตอแหล มิรู้จบ ยากลบเลือน
พวกขี้เรื้อน อหังการ์ ปากพาจน

ชั่ว-ดี อยู่ที่ปาก ฝากให้คิด
เลิกหลงผิด หยุดยั้ง ฟังเหตุผล
เลิกปลุกปั่น กลิ้งกลอก หลอกมวลชน
เลิกเล่ห์กล อุบาทว์ ก่อนชาติมลาย๚

....................................................

สุภาษิต : เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล กับการเมืองปัจจุบัน !!?

"เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล" แปลว่า การละทิ้ง ปล่อยปล่ะ ละเลย ไม่เลี้ยงดู ไม่รู้จักให้รางวัล ไม่มีความระลึกนึกถึง แก่บุคคลที่เคยทำงานให้ ที่ได้ช่วยเหลือตนเอง เมื่อหมดประโยชน์หรือภารกิจงานนั้นๆ แล้ว ถ้าพูดแบบขวาผ่าซากก็คือ "ไล่/เฉดหัวทิ้งเมื่อหมดประโยชน์นั่นแล" ซึ่งตัวอย่างก็มีให้เห็นทั่วไปครับ

ทั้งนี้สุภาษิต คำพังเพยของไทยบทนี้ ตรงกับสุภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวว่า "Butcher the donkey after it finished his job on the mill." แปลว่า "ฆ่าลาเมื่อเสร็จงาน"

ซึ่งสุภาษิต คำพังเพย บทนี้ เขาเอ่ยเพื่อเป็นคำ/ข้อเตือนใจในการทำงานว่า ให้รู้จักเลี้ยงดูคน ให้รางวัลแก่คนที่เขาได้ทำงานช่วยเหลือตน แม้จะหมดภารกิจนั้นๆ แล้ว ก็ต้องมีความระลึกถึงความดีต่อกัน ไม่ไปทำร้ายเขา แต่ตรงกันข้ามต้องแสดงน้ำใจตอบ ความเป็นคนเอื้ออารีตอบต่อผู้คนที่เขาได้ช่วยงานตนนั้น ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง หรือลูกจ้าง เป็นคุณธรรมที่สำคัญคนที่ทำดีนั้นควรจะได้ดี และการส่งเสริมคนที่ทำดีมีประโยชน์นั้น แม้คนๆ นั้นจะไม่มีประโยชน์โดยตรงกับเราต่อไป แต่ความระลึกถึงคุณความดีของเขาและให้การตอบแทนอันควรนั้น จะสร้างคุณค่าส่งเสริมให้คนเห็นความสำคัญของการทำดี

สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมปัจจุบัน ซึ่งเราจะพบว่า มีเจ้านาย หรือเจ้าของกิจการที่อยากให้คนมาช่วยงาน ก็จะพูดจาดี ยอมจ่ายค่าตอบแทนอย่างแพง จ้างเขามาเพื่อให้ได้งาน แต่เมื่อหมดความต้องการแล้ว ก็ผละทิ้งโดยไม่ต้องรับผิดชอบอีกต่อไป มากยิ่งกว่านั้น ถ้าเห็นเขามีความสามารถที่สักวันพร้อมจะกลับมาเป็นคู่แข่งได้ ก็จะต้องหาทางทำลาย หรือหยุดโอกาสของเขา ทำให้เขาไม่มีโอกาสเจริก้าวหน้าต่อไป

วัฒนธรรมการค้าและการแข่งขันในโลกยุคใหม่นั้น เป็นการทำให้คนละทิ้งค่านิยมบางอย่างที่ดีแต่เดิมไป และเมื่อคนมีความไม่มั่นใจในอนาคตของตนเอง ก็ไม่อยากทำอะไรอย่างทุ่มเทอย่างสุดใจให้กับองค์กร สำหรับนักบริหาร หรือผู้ประกอบการแล้ว การประพฤติตนอย่างยึดมั่นในคุณธรรม ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมให้คนอุทิศตนให้มีความเชื่อมั่นต่อองค์กรนั้น เป็นส่วนประสมที่จะนำความสำเร็จมาสู่งานและองค์กรนั้นๆ

ในวันที่เริ่มก่อร่างสร้างตัวหรือวันที่คิดทำการใหญ่ ผู้ก่อตั้งมีความยินดีที่จะมีผู้ร่วมงาน เพื่อให้งานลุล่วงไปด้วยดี หลังจากนั้นสถานการณ์อาจเปลี่ยนไป เช่น ในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส ผู้ก่อการปฏิวัติได้ล้มล้างระบอบเดิม และได้สถาปนาระบอบใหม่ มีการประหารกษัตริย์และผู้ใกล้ชิด ต่อมาก็ลามไปถึงผู้ร่วมก่อการ แม้ตัวของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำก่อการ ก็โดนสำเร็จโทษในภายหลังด้วยกิโยติน นี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง

จากประโยคที่ถามมานั้น ชัดเจนว่าเมื่อเสร็จงานแล้ว ทีมงานที่ร่วมงานด้วย ก็หมดความหมายและอาจกลายเป็นหอกข้างแคร่ ถ้าผู้นำเริ่มเห็นความกระด้างกระเดื่อง หรือรู้สึกขัดหูขัดตาผู้ที่เคยร่วมงานมาด้วยกัน

ในขณะเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ก็มีอยู่ในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย ซึ่งอาจไม่รุนแรงเช่นตัวอย่างที่กล่าวไป เช่น การจ้างทีมงานมาทำธุระอย่างหนึ่งแล้วก็จบกันไม่ถือเป็นบุญคุณกันในระยะยาว ซึ่งเป็นแบบนี้กันมากในสังคมปัจจุบัน อาจเป็นงานก่อสร้าง การจัดงานเลี้ยง จ้างผู้จัดทำกิจกรรม

ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน การเลี้ยงดูลูกน้องให้ตลอดรอดฝั่งอย่างในอดีตไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทางเลือกของลูกจ้างมีมากขึ้น และค่านิยมตะวันตกที่นิยมการเปลี่ยนงานเป็นที่ยอมรับ แต่คำพังเพยนี้ก็ยังใช้ได้อยู่ตลอดไป จนกว่าจะถึงยุคพระศรีอารย์

อธิบายง่ายๆนะครับ
ก็คือเมื่อผู้ที่เขาทำประโยชน์ให้เราได้ดังสมปารถนาแล้ว เขานั้นหมดประโยชน์สิ้นประโยชน์ไม่มีความหมายกับตัวเองอีกต่อไป
เราก็ทิ้งหรือฆ่าให้ตาย เพื่อไม่ให้เป็นเสี้นหนามหรือเป็นตัวขัดขวางกับตนเองในอนาคต
กลัวคนๆนั้นจะมาทำร้ายเราในภายหลัง จึงเรียกว่า "เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล"

เปรียบกับการเมืองไทย ในปัจจุบัน เป็นเช่นไร ???
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วัดเรตติ้ง ทีวีการเมือง เปิดสงครามชิงมวลชน !!?

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา.. สองขั้วอำนาจ ทางการเมืองได้เปิดวิวาทะร้อน หวังกระชากเรตติ้ง เพื่อช่วงชิง “กระแสมวลชน”

ฟากประชาธิปัตย์เดินเกมจัด “เสวนาประชาชน” ที่ชุมพร สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่-สงขลา ด้วยเวทีทอล์ก การเมือง ซึ่งมีคิวถ่ายทอดสดทางทีวีดาวเทียม 3 ช่อง คือ ไทย ทีวีดี ...ทีนิวส์ และ “บลูสกาย” โดยพุ่งประเด็น กรีดปมแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่ออดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

เช่นเดียวกับ เวที “เสื้อแดง” ที่แยกราชประสงค์ เพื่อย้อนรำลึก 2 ขวบปีแห่งความวิปโยค! ในเหตุการณ์นองเลือด เมื่อปี 2553 ซึ่งบนเวทีปราศรัยหนนี้ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในบทบาทแกนนำ นปช. ได้สั่งให้ช่องทีวีดาวเทียม “เอเซีย อัพเดท” ปรับผังรายการใหม่ เพื่อเป็นตัวหมากสำคัญในสงครามดิจิตอลครั้งใหม่!

แม้จะดูเป็นการประกาศแบบทีเล่นทีจริง แต่กระนั้น “ขุนพลเสื้อแดง” ก็แสดงความวิตกกังวลไปกับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ “บลูสกาย” ซึ่งเป็นสื่อทีวีดาวเทียม ใต้ปีกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะ “ณัฐวุฒิ” ย่อมรู้ซึ้งถึง... “พลังและศักยภาพ” ในการขับเคี่ยวทางสื่อโทรทัศน์ได้เป็นอย่างดี หลังจากเคยเป็นแม่งานคนสำคัญในสงครามทีวีการเมืองระลอกแรก!!

ย้อนไปเมื่อปี 2548 ม็อบพันธมิตรฯ สามารถขยายตัว อย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศได้ ก็เพราะมีสถานีโทรทัศน์ “เอเอสทีวี” เป็นกระบอกเสียง เช่นเดียวกับ “ม็อบเสื้อแดง” ที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร 19 กันยาฯ 2549 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ “นปช.” ก็ได้ตั้งสถานีโทรทัศน์ “พีเพิล แชนแนล” ขึ้นมาเป็น “เครื่องมือชิ้นสำคัญ” ในการปลุกกระแสมวลชนเสื้อแดงในการชุมนุมใหญ่เมื่อช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2553

และเมื่อถูก “อำนาจใต้ท็อปบูต” สั่งปิดสถานีหลังการสลายการชุมนุม ทาง นปช.ก็เดินหน้าดันสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม “เอเซีย อัพเดท” ขึ้นมาแทน จนกลายเป็น “ตัวจักรสำคัญ” ที่ช่วยสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ยิ่งเมื่อ “เอเอสทีวี” ..โทรทัศน์ดาวเทียมใต้ปีกม็อบพันธมิตรฯ มีกระแสที่ซบเซา และระส่ำระสายเป็นการภายใน อีกทั้ง “เอเอสทีวี” ก็ไม่ได้เชลียร์ “ประชาธิปัตย์” เหมือนแต่ก่อน ฉะนั้นแล้ว “ประชาธิปัตย์” ที่ได้พ่ายแพ้การเลือกตั้ง อย่างยับเยิน ก็มีความต้องการยิ่งยวดในการ “สร้าง” กระบอก เสียงของตัวเอง และนั่นเป็น “จุดเริ่มต้น” ของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม “บลูสกาย” ที่แม้ว่าคนออกหน้าจะเป็น “เถกิง สมทรัพย์” ม้าใช้ใกล้ชิดของ..เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่า ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการแต่ไม่ออกหน้า คือ พรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง!!

จากที่เคยออนแอร์ในระบบ “เคยู-แบนด์” หรือทีวีจานส้ม ผ่านทางดาวเทียม NSS6 ก็เริ่มขยับขยายด้วยการเทกโอเวอร์สถานีที่แพร่ภาพในระบบ “ซี-แบนด์” หรือทีวีจานดำ ผ่านดาวเทียมไทยคม ก่อนจะปรับโฉมไปสู่ “บลูสกาย” ในเวลาต่อมา

แม้ว่ายอดผู้ชม “ช่องบลูสกาย” ยังต่ำกว่า “เอเซีย อัพเดท” แต่ดูเหมือนว่า...แกนนำ นปช. และ รัฐนาวาเพื่อไทย” ก็เริ่มจับตามอง “บลูสกาย” มากขึ้น โดยเฉพาะ “เดอะเต้น-ณัฐวุฒิ” ที่เคยเป็นถึงผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมมาแล้ว ก็คงมองออกว่าการแข่งขันในสงครามทีวีการเมืองนั้น เรื่องผังรายการนั้นสำคัญเพียงใด

สำหรับการโยนหินถามทาง! “ณัฐวุฒิ” ได้ย้ำหัวตะปูไปยังผู้บริหารเอเซีย อัพเดท ...ว่าให้รีบปรับผังรายการโดยด่วน เพราะตอนนี้ช่องบลูสกายใช้วิธีการ “รีรัน” รายการการเมืองในช่วงที่เอเซีย อัพเดท ไม่มีรายการการเมือง

“..รายการที่ขายยาเสริมสมรรถภาพหรือสินค้าขายตรง ทั้งหลายต้องเลิก เปลี่ยนเป็นรายการการเมือง!”

นอกจากนี้ “ณัฐวุฒิ” ยังวิเคราะห์ไว้ว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังเดินตามแนวทาง “นปช.” คือเริ่มจากการตั้งสถานี โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อเป็นกระบอกเสียง จากนั้นก็เริ่มจัด เวทีปราศรัยและถ่ายทอดสดเพื่อดึงกระแสมวลชน

ทีนี้ เมื่อได้ลงมือ..ตรวจสอบ “เรตติ้ง” ระหว่าง “บลู-สกาย” กับ “เอเซีย อัพเดท” จากการวัดยอดผู้ชมผ่านจานรับดาวเทียม PSI หรือ “ทีวีจานดำ” ด้วยการใช้ซิมโทรศัพท์ใส่ในกล่องรับสัญญาณ...ปรากฏว่าเรตติ้งของ “บลูสกาย” เริ่ม ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังห่างชั้นจาก “เอเซีย อัพเดท” อยู่มาก แต่มีบางช่วงเวลาที่เรตติ้งเริ่มเบียด “เอเซีย อัพเดท” ได้แล้ว

แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ทั้ง 2 ช่องถ่ายทอดสดการปราศรัยของทั้ง “เวทีเสื้อแดง” และทอล์กการเมืองของ “ประชาธิปัตย์” ได้ปรากฏว่า...ยอดผู้ชม “เอเซีย อัพเดท” กลับทะยานขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็น และทะยาน ขึ้นสูงสุดในช่วง 20.00-22.00 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่แกนนำ นปช.ขึ้นเวที และมีการวิดีโอลิงค์จากอดีตนายกฯ ทักษิณ

กระนั้นแล้ว เรตติ้งของ “เอเซีย อัพเดท” ในช่วงเวลาดังกล่าวถือว่า..สูงมาก! และยังสูงกว่า “ฟรีทีวี” อย่างช่อง 5 และช่อง 9 ในขณะที่ “บลูสกาย” ที่ถ่ายทอดสดการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ ยอดคนดูก็สูงขึ้นในช่วง 20.00-22.00 น. เช่นเดียวกัน แต่ยังห่างกว่าเอเซีย อัพเดท ประมาณ 4-5 เท่าตัว...!!

เวลานี้ยากจะปฏิเสธได้ว่า การปราศรัยทางการเมืองกับ ทีวีดาวเทียม กลายเป็น “สูตรสำเร็จ” ของการทำกิจกรรม ทำนองนี้ไปแล้ว นับตั้งแต่ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ได้จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ชักนำกระแสต่อต้านทักษิณ! จนนำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน “คนเสื้อแดง” ยังคงใช้ทีวีดาวเทียม เป็นอาวุธในการต่อสู้ทางการเมือง และขยายการจัดตั้งมวลชนทางอากาศอย่างได้ผลมาแล้ว และมีตัวอย่างในศึกเลือกตั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง “ทีวีจอแดง” มีอิทธิพลอย่างสูงยิ่งต่อการตัดสินใจของประชาชน โดยเฉพาะคนในภาคเหนือและอีสาน อันเป็นฐานกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย นำมาซึ่งการ ก้าวสู่ “อำนาจแห่งรัฐนาวา” ได้ในบั้นปลาย

การชี้วัดเรตติ้งในครั้งนี้.. ยังก่อให้เกิดภาวะการแข่งขันรุนแรงในสงครามทีวีการเมืองรอบใหม่

ไม่ว่าจะ “เอเซีย อัพเดท” หรือ “บลูสกาย” ย่อมมี เป้าหมายสำคัญไม่ต่างกัน นั่นก็คือ..การใช้ทีวีดาวเทียมเป็น เครื่องมือปลุกระดมมวลชนอันทรงพลังอย่างที่สุด!?!

ที่มา.สยามธุรกิจออนไลน์
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เผยโฉมแล้ว เฟซบุ๊ก เริ่มทดสอบดีไซน์ ไทม์ไลน์ เวอร์ชันใหม่ !!?

หากจะว่ากันตามจริงแล้ว ปีนี้อาจไม่ใช่ปีทองของเฟซบุ๊ก ราคาหุ้นที่เคยคิดว่าจะสดใส กลับตกลงอย่างฮวบฮาบหลังเปิดขายครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เช่นเดียวกันกับ"ไทม์ไลน์" ที่เฟซบุ๊กยกเครื่องใหม่ทั้งหมด หวังเอาใจผู้ใช้ที่ต้องการสิ่งแปลกใหม่ แต่กลับได้คำด่าแทนเสียอย่างนั้น

มาคราวนี้ เริ่มมีข่าวแพลมออกมาแล้วว่าเฟซบุ๊กอาจเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างอีกครั้ง

"ไทม์ไลน์"เวอร์ชันปรับปรุง

"ไทม์ไลน์"เวอร์ชันเดิม

การเปลี่ยนแปลงอาจดูไม่มากนัก และแทบไม่ต่างจากเวอร์ชันเดิม เพียงแค่ปรับให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ อาทิ ชื่อของผู้ใช้ อาชีพ การศึกษา เมืองที่อาศัย และความสัมพันธ์ ขึ้นมาอยู่ในช่องเดียวกับแถบรูปภาพด้านบน หรือ"โคฟเวอร์ โฟโต้" และเปลี่ยนเป็นตัวอักษรสีขาว เพื่อให้ตัดกับพื้นสีโดยรวมของรูปภาพ

นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มช่อง "ซัมมารี" (Summary) ที่เมื่อคลิ๊กจะแสดงกิจกรรมต่างๆที่ผู้ใช้ได้ตอบรับหรือถูกเสนอให้เข้าร่วม ขณะที่ช่อง"ไลค์" (Likes)เดิม จะเปลี่ยนเป็น "Favorites" ขณะที่ช่อง "เฟรนด์ส" "โฟโต้" และ "แม็พ" จะถูกปรับให้มีขนาดเล็กลง ด้านล่างโคฟเวอร์ โฟโต้ และไม่ปรากฏภาพเหมือนเช่นรูปแบบเดิม

อย่างไรก็ดี เวอร์ชันนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการทดสอบ และไม่มีทางทราบว่าจะเปิดให้ผู้ใช้ได้ใช้เมื่อใด และเมื่อนำมาใช้จริง ผลตอบรับเป็นเช่นใด เดี๋ยวก็คงรู้กัน


ที่มา: มติชนออนไลน์
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ชั่ว-เลว-ทราม !!?

วงจรอุบาทว์ เริ่มอุบัติ เกรงว่า จะเกิดวัฒนธรรม แห่งการเอาตาม
เมื่อสาวก “ริยำ” ของนายที่มีเพศเดียวกันอยู่ในร่าง...สร้างปรากฏการณ์ “เผาศาลาคนเสื้อแดง” ที่สงขลา
นักการเมืองสะตอ รูดซิปปากเงียบ ไม่ประณามความเลว อันชั่วช้า
รู้ไม่ว่า,หากเกิดพฤติการณ์ลอกเลียนแบบ...เหมือนคนทางด้ามขวาน เคยปิดโรงแรมไล่รัฐมนตรี ยุค “นายกฯทักษิณ ชินวัตร”..จนพี่น้องจาวเหนือ-คนอีสานก๊อปปี้ ไล่ไม่ให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “ชวน หลีกภัย” เข้าในพื้นที่
เผาหมู่บ้านแดงนึกกว่าโก้...ที่แท้เป็นเรื่องโง่?...โชว์ความเถื่อนบัดซบสิ้นดี

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ยิ่งกว่า “เดอะด๊อก” จนตรอก
เมื่อ “ประชาธิปัตย์” ทำท่าจะไร้ทางออก
จากที่เคยตอกย้ำ ประณาม “พรรคเพื่อไทย” หาหัวหน้าพรรคมาเสียบไม่ได้..จนยุคหนึ่งกลายเป็น “มังกรขาดหัว” ไม่มี “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ
แต่ในยุคปัจจุบัน นีโอ-คลาสสิค “แม่ธรณีบีบม้วยผม” หาหัวหน้าพรรคไม่ได้ อยู่เซ็ง ๆ ไปกับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”กันเอือมระอา
ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” นั้น.. “นายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นดาวเด่นเจิดจรัสพันปี จะมีสักคน...และผู้ต่อแถวรับไม้อีกเป็นกระตั๊ก ทั้ง “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร หลานอา “จาตุรนต์ ฉายแสง”, “วราเทพ รัตนากร” ล้วนก้าวขึ้นแทน ได้อย่างเลิศเลอ
มองไปในพรรคประชาธิปัตย์...หาคนที่จะจับยัด?..ให้ยืนหยัดเป็นหัวหน้าพรรคไม่เจอ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“ยุติธรรม” ที่โลกต้องการ
เอา “ฟ้า” มาทำลายคู่แข่งทางการเมือง คนที่ไม่เห็นด้วย ถือว่าเป็นการทำลายสถาบัน
เรียกร้องไปถึง หัวหน้ารัฐบาล “นายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องดูแลและเช็คบิล คดีที่มีการ “ดึงฟ้าให้ต่ำ” เพื่อใช้เป็นเงือนไข ทำลายคู่แข่งให้ยับ
คดีนี้, บอกได้เลยว่าอันตราย ยิ่งกว่า “คดีหมิ่น” เป็นไหน ๆ ขอรับ
ไม่ควรเปิดโอกาส ให้นักฉกฉวย ทำหินแตก-แยกแผ่นดิน..มันใช้หากิน
ใครที่แอบอ้าง...รัฐบาลต้องเร่งล้างบ้าง?...สะสางดำเนินคดีเสียให้สิ้น

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จิ้งจกเปลี่ยนสี
เทศนาด่าเขาคอแทบแตก..แต่อยากให้ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ มองคนอื่น ว่าเขา “ตงฉิน” ปฏิบัติตามหน้าที่
การหยามเหยียด อย่างไม่ดูดำดูดี “ท่านธาริต เพ็งดิษฐ์” อธิบดีดีเอสไอ ถูกต้องหรือ
เหตุที่เขา ไปหยิบคดี “ไซฟ่อนเงิน” ของพรรคพรรคหนึ่งขึ้นมาทำใหม่ ถึงกับฟิวส์ขาดโกรธกระทั่ง อยากลงไม้อยากลงมือ
เมื่อรูปคดี มีหลักฐานใหม่เอี่ยมอ่อง ที่จะมัดบางพรรคได้ “ดีเอสไอ” เขาก็ต้องทำ
“ท่านธาริต”ไม่ได้เปลี่ยนสี...แต่พรรคใดที่ทำไม่ดี?..สุดท้ายนี้, เขาต้องรับกรรม

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แผนวัสสการพรามหณ์
ยุแยงตะแคงรั่ว ด้วยการขาดคุณธรรม
อย่างไรเสีย, “สมาชิกบ้านเลขที่ตองหนึ่ง” ก็จะเป็นกองหลัง ช่วยพยุง “รัฐบาลปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้อยู่รอดครบ ๔ ปี..ต่อไปอีกเทอม ๔ ปี ถัดไป
ทั้ง “จาตุรนต์ ฉายแสง”, “โภคิน พลกุล” ,“สุธรรม แสงประทุม”, “อดิศร เพียงเกษ” ขอนั่งข้างเวที เทกำลังใจให้
โดยการรีเทิร์น กลับสู่สนามการเมืองอีกทีนั้น.. “อดิศร เพียงเกษ” ขอเป็นเพียง “ผู้ตรวจ” ดูแลการทำงาน ของ “สส.พรรคเพื่อไทย” ว่าลงไปทำหน้าที่ช่วยเหลือ ชาวบ้านได้ดีหรือเปล่า
ฉะนั้น, “รัฐมนตรีนกแล”...อย่าได้ท้อแท้...เพราะ “อดิศร”ยืนยันแน่ ๆ เก้าอี้รัฐมนตรีเขาไม่เอา


ที่มา:ตอดนิดตอดหน่อย,บางกอกทูเดย์
///////////////////////////////////////////////////////////////////

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

นะเคามวย..สั่งทหารตรวจค้นทุกคนที่ เข้า-ออก !!?

พล.ต.นะเคามวย ผู้บัญชาการสูงสุด ทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. กองทัพกะทูบลอ ตรงข้ามบ้านมอเกอร์ไทย ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ได้มีคำสั่งให้ทหารตรวจค้นบุคคลทั้งคนไทย และชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า ที่เข้า-ออกตามแนวชายแดนไทย-พม่า เพื่อค้นหายาเสพติด หลังจากที่ได้ประชุมชาวบ้านไป 10 หมู่บ้าน ด้านตรงข้าม อ.อุ้มผาง และอ.พบพระ จ.ตาก ทั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจนโยบายของกองทัพโกะทูบลอ ในการต่อต้านยาเสพติด และตั้งเขตปลอดยาเสพติด ในพื้นที่เขตอิทธิพลของกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. ขณะที่การขึ้นคัตเอ้าท์เพื่อประกาศเป็นเขตปลอดยาเสพติด และบทกำหนดการลงโทษที่รุนแรง และเด็ดขาดจนถึงขั้นประหารชีวิต

สำหรับบรรยากาศชายแดนไทย-พม่า ที่อ.พบพระ และอ.อุ้มผาง กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่คลายความตรึงเครียด ระหว่างฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. กับฝ่ายไทย ในกรณีที่ทางการไทยขึ้นบัญชีรายชื่อ และหมายจับ พล.ต.นะเคามวย ด้วย ทำให้กะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ไม่พอใจ และใช้มาตรการปิดช่องทางเข้า - ออก ตามแนวชายแดนไทย - พม่า ต่อมาได้มีการเปิดช่องทางเข้า - ออกตามปกติ โดยฝ่ายกะเหรี่ยงอ้างว่า การช่องทางชายแดนทำให้ชาวบ้านทั้งชาวไทย และชาวกะเหรี่ยง ได้รับความเดือดร้อน

ที่มา.เนชั่น
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ฉ้อราษฎร์บังหลวง !!?

หากเป็นไปตามคำแถลงของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วไซร้...ในเดือนสิงหาคม ระหว่างการประชุมรัฐสภาสมัยสามัญก็จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เกิดขึ้น
ก็ยังไม่รู้ว่า...ทางพรรคประชาธิปัตย์จะมีข้อกล่าวหาอะไรบ้าง

แต่แน่นอนว่า...จะต้องมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโกงการคอรัปชั่น และการไม่มีความสามารถในการบริหารบ้านเมืองให้ดีขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่ง

ในความรู้สึกของคอการเมืองแล้ว การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจย่อมเป็นเกมส์การเมืองที่ตื่นเต้นเร้าใจ
แม้ว่าครั้งนี้มันควรจะลงเอยด้วยการที่รัฐบาลจะยังคงอยู่บริหารประเทศต่อไปได้อย่างสะดวกสบาย เพราะมีคะแนนเสียงในสภาเหนือกว่าฝ่ายค้านอยู่มากมาย จนถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภาก็ตามที
ไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใด หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่บอกให้รู้ว่า...การเมืองได้ก้าวมาถึงจุดที่ใกล้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปทางใดทางหนึ่ง

และก็เป็นธรรมดาเหลือเกินว่า...ในระหว่างการอภิปราย ฝ่ายค้านก็จะต้องหาเรื่องราวและเหตุผลมาพูด
เพื่อให้ประชาชนผู้ได้ยินได้ฟัง เชื่ออย่างสนิทใจว่า...รัฐบาลโกงจริง เลวจริง ไม่สมควรจะไว้วางใจให้นั่งบริหารประเทศต่อไป เพราะไม่มีความรู้ความสามารถ

บางเรื่องอาจมีเหตุผลมาก บางเรื่องมีเหตุผลน้อย แม้กระทั่งเป็นเรื่องที่กล่าวหากันขึ้นมาลอยๆ
ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเป็นกฎเกณฑ์ทั่วไป แต่สำหรับคราวนี้อาจจะมีข้อยกเว้นไม่เหมือนเดิมก็อาจจะเป็นได้
เพราะได้มีการคาดการณ์ว่า...หากคุณอภิสิทธิ์? และพรรคประชาธิปัตย์ เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว

คุณอภิสิทธิ์และฝ่ายค้านเองนั่นแหละอาจจะต้องเป็นฝ่ายรับงานหนักในการทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ไม่ได้เป็นพรรคขี้โกง ไม่ได้คอรัปชั่นเสียเอง

ไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายเดียวที่งานหนัก เนื่องจากจนถึงขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาที่หนักหน่วงอย่างยิ่งเกี่ยวกับการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง

โดยเรื่องแรกทางอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี 3 จี ระหว่าง บมจ.กสท.โทรคมนาคม กับ กลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ลงมติเอกฉันท์ว่า...
สัญญาร่วมทุนดังกล่าวผิดโดยชัดเจน และเรื่องนี้ยึดโยงไปถึง คุณจุติ ไกรฤกษ์ อดีตรัฐมนตรี ไอซีที. กับคณะรัฐมนตรีที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็น่าจะเหนื่อยเต็มที แต่มันยังมีเรื่องที่อยู่ๆ ฝ่ายบริหารของกรุงเทพมหานคร ในความควบคุมดูแลของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำเนินการอันเป็นผลเท่ากับการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้า บีทีเอส. ออกไปอีก 30 ปี
ทั้งๆ ที่อายุสัมปทานเดิมยังเหลืออยู่อีกตั้ง 17 ปี

และทุกคนที่ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ลงความเห็นว่า...มันเป็นเรื่องไม่ชอบมาพากลและทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหายหลายแสนล้านบาท

เป็นเรื่องฉ้อราษฎร์บังหลวง
ต้องจับตาดูว่า...ใครจะเป็นฝ่ายตกม้าตาย

โดย. ศรี อินทปันตี ,บางกอกทูเดย์
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ฮือฮา..พม่า ฟื้นชีพทางรถไฟสายมรณะ เชื่อมต่อกับไทย ปั้นเป็นเส้นทาง ศก.ดึงดูดนักท่องเที่ยว !!?

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ว่า พม่าได้เตรียมจะเปิดทางรถไฟสายมรณะที่เชื่อมต่อกับไทยอีกครั้ง หลังทางรถไฟดังกล่าวเคยถูกสร้างโดยเชลยสงครามจากการใช้แรงงานของกองทัพญี่ปุ่นที่รุกรานเอเชีย โดยที่ผ่านมา พม่าได้ศึกษาแผนเปิดทางรถไฟสายดังกล่าวที่มีความยาว 105 กิโลเมตร ที่เชื่อมผ่าน"ด่านเจดีย์สามองค์"ของไทย โดยกำหนดจะเริ่มเปิดในเดือนต.ค.โดยหลายประเทศจะช่วยเหลือพม่าในการเปิดทางรถไฟสายมรณะแห่งนี้ รวมทั้งทางการพม่าจะทำการสำรวจและเริ่มงานเปิดทางฯหลังหน้าฝน จากความช่วยเหลือของนานาชาติ

ขณะที่ทางรถไฟดังกล่าวจะกลายเป็นเส้นทางลำเลียงช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจให้แก่พื้นที่ชนกลุ่มยากไร้ โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อย"กะเหรี่ยง"โดยทางการพม่าจะเพิ่มการค้ากับไทยและทางรถไฟดังกล่าวยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย โดยก่อนหน้านี้ กบฎกะเหรี่ยงได้ลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าเมื่อเดือนม.ค.ถือเป็นข้อตกลงสำคัญครั้งใหญ่ของทั้งสองฝ่าย

รายงานระบุว่า ทางรถไฟดังกล่าวสร้างโดยกองทัพญี่ปุ่นในช่วงปี 1942 เพื่อใช้ลำเลียงเสบียงจากไทยไปยังพม่า ก่อนเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อถูกทำลายโดยเครื่องบินสัมพันธมิตรในปี 1945 การสร้างรถไฟสายมรณะดังกล่าวได้คร่าเชลยสงครามกว่า 13,000 คนจากการใช้แรงงาน ขาดอาหาร และโรคระบาด ในช่วงการสร้างทางรถไฟเป็นเวลา 14 เดือน ยาว 424 กิโลเมตร ผ่านป่ารกและภูเขา จากคำสั่งของกองทัพญี่ปุ่น และประเมินว่า มีพลเรือนชาวเอเชีย 80,000-100,000 คน ถูกใช้แรงงานทาส และเสียชีวิตจากการสร้างทางรถไฟนี้

ที่มา: มติชนออนไลน์
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เวทีเล็ก: ทวงสิทธิ นักโทษการเมือง ประกายไฟการละครสะท้อนปัญหาภายในเสื้อแดง !!?


19 พ.ค.55 ในการวาระรำลึกครบ 2 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 นอกจากเวทีใหญ่ที่ราชประสงค์แล้ว ยังมีการจัดเวที่ย่อยที่ลานพระรูปรัชกาลที่ 6 ข้างสวนลุมพินีด้วย จัดโดยเครือข่ายประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก

เวลาประมาณ 16.20 น. เสื้อแดงราว 1,000 คนเดินเท้าจากสวนลุม มายังเวที นปช. ที่สี่แยกราชประสงค์ เพื่อรณรงค์ปล่อยตัวนักโทษการเมือง "คืนความเป็นธรรมให้คนตาย คืนอิสรภาพให้คนเป็น"


20.20 น. มีการทำพิธีสาปแช่งผู้สั่งฆ่า โดยผู้จัดยืนยันว่า "เป็นวิธีการต่อสู่ที่สันติวิธีแล้วเมื่อเทียบกับฝ่ายที่สั่งฆ่า"

20.30 น. ร่วมร้องเพลงนักสู้ธุลีดินและยืนไว้อาลัย หลังจากนั้นมีการปราศรัยตั้งคำถามกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเรื่องความล่าช้าในการดำเนินการเรื่องสิทธิการประกันตัวของนักโทษการเมือง ย้ำไม่ได้สู้เพื่อทักษิณ แต่สู้เพื่อความเป็นธรรมและความถูกต้อง


 ในอีกด้านหนึ่ง บริเวณร้าน แมคโดนัลด์ อัมรินทร์พล่าซ่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. มีการแสดงละครโดยกลุ่มประกายไฟการละคร เรื่อง ต่อสู้-สู้ต่อ โดยเนื้อเรื่องเป็นการตั้งคำถามถึงขบวนการคนเสื้อแดงว่าจะพอใจอยู่กับการที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล หรือจะสู้กับอำมาตย์ต่อไป ซึ่งเล่าผ่านเรื่องราวของชายหญิงคู่หนึ่งที่พบรักกันในม็อบ และแต่งงานกัน แต่ภายหลังมีอุดมการณ์ที่ต่างกัน คนหนึ่งต้องการต่อสู้ต่อเพื่อโค่นล้มอำมาตย์ แต่อีกคนหนึ่งพอใจกับการที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง เล่าสลับกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่มากระทบความคิดทั้งสองฝ่าย

ภรณ์ทิพย์ มั่นคง สมาชิกกลุ่มประกายไฟการละคร กล่าวถึงแรงบันดาลใจของละครเรื่องนี้ว่ามาการเห็นคนเสื้อแดงทะเลาะกันเองทั้งในเฟซบุ๊คและตามเวทีการชุมนุมย่อยๆเรื่องจุดยืนของเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และนปช. ที่มีการวิจารณ์พรรคเพื่อไทยหรือ นปช. แล้วถูกคนที่ไม่เห็นด้วยโต้เถียงกลับ เป้าหมายอาจจะไม่ได้เป็นเป้าหมายเดียวกันทั้งหมด แต่ไม่ควรจะขัดกันเอง

"เราอยากจะตั้งคำถามกับเขาตั้งแต่แรกว่า สุดท้ายแล้วมันมีจุดเริ่มต้นเหมือนกันหรือเปล่าว่าใครจะไปแค่ไหน แต่ที่สำคัญคือเราไม่อยากให้ใครเป็นศัตรูของใคร เรารู้สึกว่าคนเสื้อแดงไม่ควรจะมาเป็นศัตรูกันเอง เพราะว่าเรามีเป้าหมายมีศัตรูที่ใหญ่กว่านั้น"

ภรทิพย์ให้ความเห็นว่า ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต จะถูกยุบพรรค หรือมีจำนวน ส.ส. น้อยลง แต่ว่าคนเสื้อแดงและคนอื่นๆที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน มันจะนำไปสู่การพัฒนา และสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ และเตือนว่าไม่ควรไว้วางใจกับอำนาจเผด็จการ เพราะไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ กองทัพ ระบบราชการ ระบบพรรคการเมืองที่มีการโกงกินคอรัปชันก็ยังมีอยู่ในสังคมไทย สิ่งที่จำทำลายสิ่งเหล่านี้ออกไปได้ คือพลังของประชาชนที่จะรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิของตัวเองที่ควรจะได้ในสังคม

ที่ผ่านมากลุ่มประกายไฟการละครแสดงละครเกี่ยวกับการเมืองมาหลายเรื่องตั้งแต่ปี 53 ละครเรื่องต่อสู้-สู้ต่อนี้เป็นเรื่องที่ 3 ที่แสดงเพื่อรำลึก 2 ปีเหตุการณ์พฤษภาคม 53 โดยเมื่อวันที่ 13 ที่ผ่านมา มีการแสดงละคร "เรื่องปืนของพ่อ" ตามด้วยเรื่อง "รำลึกเสธ.แดง" และเรื่องต่อไปที่จะแสดงคือเรื่อง "9 แผ่นดิน" ในวันที่ 24 มิถุนายน 55 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ที่มา.ประชาไท
++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

19 พ.ค. นักสู้ผู้รักประชาธิปไตย มีใครตายบ้าง !!?

นางประจวบ เจริญทิม
อายุ 49 ปี ถูกยิงเวลาประมาณ 9.52 น. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เข้าบริเวณขาซ้ายทะลุขาขวา กระสุนปืนถูกเส้นเลือดแดงขาด ทำให้เสียเลือดมากจนเสียชีวิต

นายปรัชญา แซ่โค้ว
อายุ 21 ปี ถูกยิงเวลาประมาณ 20.50 น. บริเวณราชปรารภ บาดแผลกระสุนปืนลูกซอง 1 นัดทะลุหลังส่วนล่างด้านขวา 8 แห่ง ทำลายตับ หัวใจ พบโลหะทรงกลม ฝังตัวบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว และทรวงอกด้านซ้าย ทิศทางจากหลังไปหน้า ขวาไปซ้าย ล่างขึ้นบน เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

น.ส. วาสินี เทพปาน
อายุ 39 ปี ถูกยิงเสียชีวิตเวลาประมาณ 22.00 น. บริเวณปากซอยพหลโยธิน 2/1 ปอดและตับถูกทำลายจากบาดแผลกระสุนปืน

นายถวิล คำมูล
อายุ 38 ปี ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณ อาคาร สก.แยกสารสิน บาดแผลกระสุนปืนลูกโดดที่ศีรษะทะลุเข้ากะโหลกศีรษะทำให้เนื้อสมองฉีกขาด ผลชันสูตรสถบันนิติเวชรามาธิบดีสันนิษฐานว่าเกิดจากกระสุนปืนความเร็วสูง

นายธนโชติ ชุ่มเย็น
อายุ 34 ปี ถูกยิงบริเวณสวนลุมพินีฝั่งราชดำริ บาดแผลกระสุนปืนทะลุไตซ้ายและเส้นเลือดใหญ่ เสียโลหิตในช่องท้องปริมาณมาก

นายนรินทร์ ศรีชมภู
ถูกยิงเวลาประมาณ 9.00 น. หลังจากนายภัสพล ไชยพงษ์ถูกยิง บริเวณหลังต้นไม้ใหญ่หน้าคอนโดบ้านราชดำริ แยกสารสิน บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง

MR.Polenchi Fabio (นักข่าวชาวอิตาลี)
ถูกยิงเสียชีวิตเวลาประมาณ 10.55 น. เกาะกลางถนนใต้รางรถไฟฟ้าราชดำริตรงข้ามตึกบางกอกเคเบิล บาดแผลกระสุนปืนทะลัวใจ ปอด ตับ เสียโลหิตปริมาณมาก

วัดปทุมวนาราม

นายอัฐชัย ชุมจันทร์
อายุ 28 ปี ถูกยิงเสียชีวิตเวลาประมาณ 17.50 น. บริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม ถูกยิงด้วยกระสุน 1 นัดเกินมือเอื้อม ทิศทางหลังไปหน้าแนวตรง พบบาดแผลทะลุบริเวณหลังด้านซ้ายทะลุทรวงอก กระสุนตัดกระดูกซี่โครงด้านซ้ายซี่ที่ 3 ทะลุปอด

นายมงคล เข็มทอง
อายุ 37 ปี เป็นอาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้ง ถูกยิงเสียชีวิตในเครื่องแบบอาสาสมัครมูลนิธิฯ ในเวลาประมาณ 18.00 น. ป็นผู้เสียชีวิตรายที่สอง บริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม บาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด,หัวใจ,ตับ

นายสุวัน ศรีรักษา
อายุ 31 ปี การ์ดนปช. ถูกยิงเสียชีวิตเวลาประมาณ 19.00 ภายในวัดปทุมวนาราม กระสุนทำลายปอด เยื่อหุ้มหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจ พบโลหะคล้ายหัวกระสุนปืนหุ้มทองแดง ค้างที่เนื้อชาย โครงด้านขวา ทิศทางจากซ้ายไปขวา หลังไปหน้า บนลงล่าง

นายรพ สุขสถิตย์
อายุ 66 ปี ถูกยิงเสียชีวิตเวลาประมาณ18.00 - 19.00 น. บริเวณวัดปทุมวนาราม ถูกยิงด้วยกระสุนหนึ่งนัดระยะเกินมือเอื้อมทำลายปอดกระบังลม ตับไตขวา ลำไส้ พบบาดแผลทะลุผิวหนังต้นแขนและบริเวณทรวงอก พบเศษทองแดง 2 ชิ้น บริเวณลำไส้ทิศทางจากขวาไปซ้าย หน้าไปหลัง บนลงล่าง

น.ส.กมนเกด อัดฮาด
อายุ 25 ปี อาสาพยาบาล ถูกยิงเสียชีวิตเวลาประมาณ 18.00 - 19.00 น. บริเวณวัดปทุมวนาราม บาดแผลกระสุนปืน 11 แผล บาดแผลที่ 1 ทะลุกล้ามเนื้อด้านขวาขึ้นมาด้านบน ผ่านกล้ามเนื้อคอด้านหลังทะลุฐานกะโหลก กระสุนปืนทำลายสมอง

นายอัครเดช ขันแก้ว
อายุ 22 ปี ถูกยิงเสียชีวิตเวลาประมาณ 18.00 - 19.00 น. บริเวณวัดปทุมวนาราม ถูกยิงด้วยกระสุน 2 นัด ระยะมือเอื้อม กระสุนทะลุช่องปาก พบเศษตะกั่วในช่องปาก ฐานกะโหลกศีรษะและกระดูกก้นกบ เลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นนอกและเหยื้อหุ้มสมองช้ำจากแรกกระแทก มีรอยช้ำบริเวณศีรษะบริเวณท้ายทอย

Central World

นายกิตติพงษ์ สมสุข
เป็นการ์ดอาสา ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. หลบอยู่ร้านโซนี่ อิริคสัน ชั้น 4 เซ็นทรัลเวิล์ด ขณะไฟเริ่มไหม้ สาเหตุการเสียชีวิตขาดอากาศหายใจ

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.)

หมายเหตุ
– ประชาไทนำเสนอซีรี่ “วันนี้มีใครตาย” นำเสนอเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2553 (หลังเหตุการณ์ 10 เมษา)โดยจะทยอยนำเสนอความสูญเสียที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อเป็นการรำลึกและย้ำเตือนถึงบาดแผลความรุนแรงที่อีกสองปีให้หลังสังคม ไทยก็ยังไม่มีทางออกว่าจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++