พล.อ.นพดล อินทปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวกรณีถูกพาดพิงเป็นทหารแตงโมให้ข้อมูลกับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ตนไม่อยากให้รัฐมนตรี ซึ่งเป็นทั้งผู้บังคับบัญชา และเพื่อนของตนเกิดความเสียหาย ซึ่งตนก็ไม่เคยเป็นคณะกรรมการทั้ง ศอ.รส.และ ศอฉ. ในการประชุมของ 2 หน่วยงานนี้ ก็ไม่เคยเข้าประชุม จึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะไปรู้ความลับของที่ประชุมและไปบอกกับคนเสื้อแดง ซึ่งยอมรับว่าตนมีเพื่อนมาก มีหลายวงการ และในฐานะเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็พยายามแสวงหาข้อมูลต่างๆและ มาเรียนให้ท่านทราบ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะรับรู้ข้อมูลของการประชุมและไปบอกกลุ่ม นปช.ตนไม่ใช่ทหารแตงโม ตนคือนายทหารที่เกษียณคนหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาทำหน้าที่เลขาฯ ทั้งนี้ ทหารที่ถูกฝึกมา และ ถูกสั่งสอนมาว่าอย่าเผยแพร่ความลับของทางราชการเด็ดขาด เป็นเรื่องที่เราท่องกันมาแต่เด็ก
“ ผมเชื่อว่าไม่มีทหารแตงโม มีแต่พวกสื่อมวลชนที่ตนยอมรับว่าเก่ง อาจจะไปถามคนโน่น คนนี้ และ เขียนข่าว พวกคุณคือแตงโมงมากกว่ามั้ง ไม่ใช่พวกผม และผมไม่เชื่อว่าทหารระดับสูงของ ศอฉ.และ ศอ.รส.จะเอาความลับไปเปิดเผยกับบุคคลอื่น ซึ่งทุกคนมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกัน มีความเป็นเอกภาพ ในส่วนของสื่อเองก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับ ศอฉ.ด้วยก็ไม่น่าจะรู้ข้อมูล สื่อเก่ง อาจจะไปสอบถามจากคนใกล้ชิด และ ไปประมวลเหตุการณ์ขึ้นมา ” พล.อ.นพดล กล่าวและว่า ส่วนที่มีข่าวว่า ตนสนิทสนมกับนางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์นั้น เป็นความจริง แต่ไม่ใช่ว่าตนสนิทกับนักการเมืองเพียงคนเดียว อย่าง นายเชน เทือกสุบรรณ ก็ถือว่าสนิทสนมกันมากกว่าอีก โดยเฉพาะกับภริยา นอกจากนั้น ยังมีนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ซึ่งก็คุ้นเคยกัน
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นเลขาฯของ รมว. กห. กรณีที่มีนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา จะมีการตั้งคณะตรวจสอบหรือไม่ว่าเพราะเหตุใดคนยิงถึงรู้ว่าใครเป็นผู้บังคับบัญชาและเล็งถูกคน พล .อ.นพดล กล่าวว่า ตนได้มีการพูดคุยกับรมว.กลาโหม ซึ่งท่านได้แสดงความเสียใจ ที่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต คิดว่าเรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม และดำเนินการสอบสวน เอาผู้กระทำผิดมาลงโทษ
เมื่อถามถึง กรณีที่มีการนำอาวุธสงครามยิงทหารที่เข้าสลายการชุมนุม พล.อ.นพดล กล่าวว่า อาวุธสงคราม เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะปราบปรามยาก คนที่ทำค่อนข้างจะเตรียมการดี คิดว่ากระบวนการยุติธรรม สามารถดำเนินการได้ ซึ่งการลักลอบขนอาวุธจากแนวชายแดน อาจจะเล็ดลอดเข้ามาบ้าง เหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งมีการใช้อาวุธสงครามยิงทหารและประชาชนนั้น ก็ไม่รู้เป็นใคร แต่ต้องมีการตรวจสอบต่อไป
ที่มา.เนชั่นทันข่าว
*********************************************
วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553
น้อมคารวะดวงวิญญาณผู้กล้าเพื่อประชาธิปไตย
เลือดระบอบ
เลือดหยดรดถนน คือเลือดข้นคนเสื้อแดง
บทเรียนราคาแพง จี้ระบอบตอบคำถาม
อภิสิทธิ์คนเดียวหรือ ควรลุกฮือควรติดตาม
เชื้อร้ายโรคลุกลาม ทั่วโคตรพงศ์และวงศา
คนไทยไม่มืดบอด ไม่หลุดรอดจากสายตา
คนยิงก็เพียงหมา เจ้าของคลั่งผู้สั่งยิง
เกิดซ้ำและเกิดซาก ใต้หน้ากากน่าเกรงกริ่ง
จากเตียงส่งเสียงยิง ดับญาติตนไม่สนใจ
อย่าร้องอย่างขี้ข้า ให้เชิดหน้าสูงกว่าไพร่
เจ้าของคือผองไทย เลิกครรลองขอร้องมาร
เลือดนี้มีความหมาย เฮือกสุดท้ายให้กล่าวขาน
เหมาะสมล้มกระดาน สร้างรัฐหลวงของปวงชน”
โดยกรภพ เพ็ญแข
**********************************************
เลือดหยดรดถนน คือเลือดข้นคนเสื้อแดง
บทเรียนราคาแพง จี้ระบอบตอบคำถาม
อภิสิทธิ์คนเดียวหรือ ควรลุกฮือควรติดตาม
เชื้อร้ายโรคลุกลาม ทั่วโคตรพงศ์และวงศา
คนไทยไม่มืดบอด ไม่หลุดรอดจากสายตา
คนยิงก็เพียงหมา เจ้าของคลั่งผู้สั่งยิง
เกิดซ้ำและเกิดซาก ใต้หน้ากากน่าเกรงกริ่ง
จากเตียงส่งเสียงยิง ดับญาติตนไม่สนใจ
อย่าร้องอย่างขี้ข้า ให้เชิดหน้าสูงกว่าไพร่
เจ้าของคือผองไทย เลิกครรลองขอร้องมาร
เลือดนี้มีความหมาย เฮือกสุดท้ายให้กล่าวขาน
เหมาะสมล้มกระดาน สร้างรัฐหลวงของปวงชน”
โดยกรภพ เพ็ญแข
**********************************************
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553
เสธ.แดงโฟนอิน ระบุมีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย
เวลา 21.30 น . วันที่ 10 เมษายน กลุ่มเสื้อแดงพิษณุโลกประมาณ 150 คน ได้มารวมตัวกันบริเวณประตูทางเข้าศาลา กลางจังหวัดพิษณุโลก หลังมีเหตุสลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ โดยต่างพกพาอารมณ์เดือดแค้นเจ้าหน้าที่ทหารและรัฐบาล ที่เข้าสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพ.ต.อ.พายัพ ค้าขาย ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ได้ระดมตำรวจชุดปราบจลาจล สนธิกำลังกับอส. จังหวัดพิษณุโลก ปิด ประตูทางเข้า ไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปในศาลากลางได้
สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงครั้งนี้ แม้จะเต็มไปด้วยอารมรณ์โกรธแค้น แต่ก็มีการควบคุมไม่ให้ฝูงชนเข้าไปภายในศาลากลาง จังหวัดพิษณุโลก โดยปักหลักตั้งเต้นท์อยู่หน้าทางเข้าศาลากลางจังหวัด และระหว่างที่ชุมนุมกันอยู่ นางพรมนัส เพชรนาโกสีย์ แกนนำการ ชุมนุมครั้งนี้ ได้โทรศัพท์ติดต่อกับพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง และพูดคุยผ่านเครื่องขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมรับทราบด้วย
โดยเสธ.แดงระบุว่า “ มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายมาช่วยพวกเรา ฝ่ายเขาฝ่ายเราต่างได้รับบาดเจ็บไปด้วยกัน จนทหารแตกทัพกลับไป ขอให้พวกเรารวมตัวกันอยู่ตรงนี้อย่างเหนียวแน่น “
ที่มา.เนชั่นทันข่าว
*********************************************
สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงครั้งนี้ แม้จะเต็มไปด้วยอารมรณ์โกรธแค้น แต่ก็มีการควบคุมไม่ให้ฝูงชนเข้าไปภายในศาลากลาง จังหวัดพิษณุโลก โดยปักหลักตั้งเต้นท์อยู่หน้าทางเข้าศาลากลางจังหวัด และระหว่างที่ชุมนุมกันอยู่ นางพรมนัส เพชรนาโกสีย์ แกนนำการ ชุมนุมครั้งนี้ ได้โทรศัพท์ติดต่อกับพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง และพูดคุยผ่านเครื่องขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมรับทราบด้วย
โดยเสธ.แดงระบุว่า “ มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายมาช่วยพวกเรา ฝ่ายเขาฝ่ายเราต่างได้รับบาดเจ็บไปด้วยกัน จนทหารแตกทัพกลับไป ขอให้พวกเรารวมตัวกันอยู่ตรงนี้อย่างเหนียวแน่น “
ที่มา.เนชั่นทันข่าว
*********************************************
จรัลยันข้อเรียกร้องเดียวของนปช.คือยุบสภา-ลาออก
นายจรัล ดิษฐาอภิไชย แกนนำนปช.กล่าวถึงสถานการณ์ของกลุมผู้ชุมนุมในขณะนี้ว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเจรจากับรัฐบางอีก เพราะการเจรจาเท่ากับประวิงเวลา นายกรัฐมนตรีควรยุบสภาหรือลาออก ตอนนี้มีเงื่อนไขใหม่เกิดขึ้นแล้วคือความรับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ ซึ่งสำคัญกว่าการยกเลิกพรก.ฉุกเฉินแล้ว
นายจรัลยังไม่ปฏิเสธกรณีที่มีกองกำลังอื่นมาร่วมในม็อบแดง โดยบอกว่าเป็นการมาร่วมเองโดยธรรมชาติของคนกลุ่มอื่นที่ไม่ชอบรัฐบาล แต่ไม่เกี่ยวกับนปช. ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลมีศัตรูเยอะ และขณะนี้ได้เตรียมที่จะยื่นหนังสือต่อกรรมการสิทธิมนุษยชน เพราะทหารและรัฐบาลทำผิดหลักสิทธิมนุษยชน
ส่วนเรื่องการเจรจาเพื่อยุติปัญหาร่วมกนกับรัฐบาลนั้น นายจรัลบอกว่า สถานการณ์ ณ วันนี้ พรุ่งนี้ ยังเป็นสถานการณ์สู้รบอยู่ พรรคร่วมฯยังคุยกันไม่ได้เลย พวกเรารอไม่ได้แล้ว อยู่บนถนนมาเป็นเดือน
อย่างไรก็ตามนายจรัลบอกว่า ถึงแม้จะมีประกาศกฎอัยการศึกออกมา แต่ก็ไม่ได้มีผลกับเสื้อแดง นปช.เลย และการตั้งคกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริงฯที่เกิดขึ้นตอนนี้ยังไม่สมควรทำ
ที่มา.เนชั่นทันข่าว
*********************************************
นายจรัลยังไม่ปฏิเสธกรณีที่มีกองกำลังอื่นมาร่วมในม็อบแดง โดยบอกว่าเป็นการมาร่วมเองโดยธรรมชาติของคนกลุ่มอื่นที่ไม่ชอบรัฐบาล แต่ไม่เกี่ยวกับนปช. ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลมีศัตรูเยอะ และขณะนี้ได้เตรียมที่จะยื่นหนังสือต่อกรรมการสิทธิมนุษยชน เพราะทหารและรัฐบาลทำผิดหลักสิทธิมนุษยชน
ส่วนเรื่องการเจรจาเพื่อยุติปัญหาร่วมกนกับรัฐบาลนั้น นายจรัลบอกว่า สถานการณ์ ณ วันนี้ พรุ่งนี้ ยังเป็นสถานการณ์สู้รบอยู่ พรรคร่วมฯยังคุยกันไม่ได้เลย พวกเรารอไม่ได้แล้ว อยู่บนถนนมาเป็นเดือน
อย่างไรก็ตามนายจรัลบอกว่า ถึงแม้จะมีประกาศกฎอัยการศึกออกมา แต่ก็ไม่ได้มีผลกับเสื้อแดง นปช.เลย และการตั้งคกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริงฯที่เกิดขึ้นตอนนี้ยังไม่สมควรทำ
ที่มา.เนชั่นทันข่าว
*********************************************
วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553
ขบเหลี่ยมลึกๆ !!!
อำนาจในกองทัพ ยังเต็มไม้เต็มฝีมือ อยู่ในคอนโทรล สั่งการ ของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ผู้เป็นจ่าฝูง แกนนำขุนศึก??การเคลื่อนกำลัง กรีฑาทัพ ออกจากกรมกองค่ายทหาร...ปฏิบัติการณ์ตาม “พ.ร.ก.ฉุนเฉิน” ...ที่ “นายกฯ มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้ยาแรง เช็คบิล “เสื้อแดง” ให้ราบคาบ....“สิทธิ์ขาด” อำนาจเต็ม ยังเป็นเครื่องหมายการค้า ของ “บิ๊กป๊อก” ที่จะสั่งเคลื่อนกองทัพ“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. ผู้เป็นเดี่ยวมือสอง จะมาแย่งช็อต แย่งซีน อย่างข้ามหน้าข้ามตา คงจะไม่ได้!!!!!การเคลื่อนพลออกจากที่ตั้ง....ต้องเกิดจากคำสั่ง...ฟากฝั่ง “บิ๊กป๊อก” คนเดียวขอรับเจ้านาย???
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
อัด ‘ยาแรง’ ออกมาหลายโดส!!!
กระบวนยุทธ์มีกี่ท่า.... “นายกฯ มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็งัดออกมาใช้หมด???“สลายกองทัพเสื้อแดง” ให้ราบเป็นหน้ากลอง.... “สงครามประชาชนกลางเมือง” สมรภูมินี้ “นายกฯ อภิสิทธิ์ชน” ใช่จะกำชัยเด็ดขาดแสงสว่างปลายอุโมงค์ ชิง “ยุบสภา” ใน “๓ เดือน” ท่านจะได้ใจจากคนทั้งชาติถึงจะชิงยุบสภาฯไว เป็นปานกามหนุ่มนิต..แต่อย่าลืมว่า ช่วงรักษาการเป็น “รัฐบาล” อยู่นั้น... “นายกฯ อภิสิทธิชน” ยังได้โควตา วีซ่า เป็น “นายกรัฐมนตรี” ต่ออีก ๔๕ วันชนิดซำบาย!!!ทางออกช่องนี้ดีที่สุด... “นายกฯ มาร์ค” รีบชิงหัวมุด.....อย่าให้หลุดจากมือไป???
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
‘เต็งหาม’ ..นำแบบม้วนเดียวจบ!!!
“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. “ฟ้าไม่ผ่าเสียก่อน” ท่านต้องได้เป็น “ผู้บัญชาการทหารบก” ในการคุม “กองทัพนักรบ”???แต่ของที่ว่าแน่..บางทีก็ แน่นอนแช่แป้ง เหมือนกัน“บิ๊กน้อย” พล.อ.วิทย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รอง ผบ.ทบ. ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนหัวโปรด “พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” ก็มองข้าม ไม่ได้เชียวนะท่าน“พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง” เสนาธิการทหารบก ผู้มีเกียรติมาตั้งแต่กำเนิด... เป็นหนึ่งในตองอูสมัยเรียน ..หนำซ้ำยังเก่งยอดเยี่ยมด้านการงาน มีผลงานอย่างเปี่ยมล้น!!!และที่รู้มา ทั้ง “พล.อ.วิทย์” และ “พล.อ.พิรุณ”...เป็นเด็กสร้าง ของ “พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร”....ที่สนับสนุน มาทั้งสองคน???
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
เป็น ‘นักบู๊’ สายเลือดเยี่ยม!!!
ผลงาน เป็นที่ประทับใจจ๊อด...พิสูจน์และดมได้ ว่า “เดอะอ๊อด” พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา” ที่ปรึกษาสบ. ๑๐ ....ยกนิ้วให้เลย มีผลงานยากหาใครมาเทียม???เป็นนายตำรวจใหญ่รุ่น ๒๘ ...เป็นเพื่อนรักเพื่อนเลิฟ กับขุนศึกใหญ่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตท.รุ่น ๑๒ ผู้มีอำนาจและบทบาทเท่าที่รู้ “พล.อ.ประยุทธ์” ...หนุนสุดขั้ว เพื่อให้ “พล.ต.อ.ภาณุพงษ์” ขึ้นมาเป็น “ผบ.ตร.” คุมอำนาจทั้งนี้ เพราะ ผลงานคุณภาพคับแก้ว ของ “เดอะอ๊อด” พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา เข้าตาเป็นอันมาก.....ถึงจะมีคู่แข่ง “พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี” คอยเบียดทางนอก เพื่อแซงทางใน...แต่ด้วยเส้นทางที่เป็น “นายตำรวจนักธุรการ” จึงมีความเฉียบคม ไม่เพียงพอ!!!ฉะนั้น,ขอยินดีล่วงหน้า....กับ “พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหราฯ”......ที่จะคว้าเก้าอี้ “ผอบอตอรอ”???
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
‘ข้อแม้’ ที่พากันกังขา!!!
เหตุที่ “นายกฯ มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งโรดแม็ป ในการ “ยุบสภา ๙ เดือน” นั่นแหละ....ที่คนสงกะสัย กันเป็นนักเป็นหนา???เรื่องขอแก้ปัญหาเศรษฐกิจ “นายกฯ อภิสิทธิ์ชน” อ้างน้ำขุ่น ๆ .....เรื่องขอตั้งงบประมาณแผ่นดินใหม่ “อภิสิทธิ์ชน” ก็อ้างไปข้างๆ คูๆ ....ยิ่งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องยกเมฆอยู่ที่ “เงินกู้ ๔ แสนล้าน” ..ที่ยังค้างติ่ง ไม่ผ่านที่ประชุม “วุฒิสภา” นั่นแหละ เป็นสิ่งที่ ต้องโยกเยก“งบก้อนนี้” เป็นเงินไว้ “สร้างถนน” จำนวนมหาศาลบานตะไท ...หากสร้างสำเร็จ ก็เป็นความดีความงาม โดยเฉพาะตัว ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ผู้จัดการรัฐบาล และ “เนวิน ชิดชอบ” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย !!!แต่เรื่องที่ลึกลับ ไม่ใช่เล่น....มีคนรอโซ้ย “ ๒๐ เปอร์เซ็นต์”.....ฟันกันเล่นๆ “๘ หมื่นล้าน” กันอย่างง่ายๆ
ตอดนิดตอดหน่อย
โดย.การบูร
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
อัด ‘ยาแรง’ ออกมาหลายโดส!!!
กระบวนยุทธ์มีกี่ท่า.... “นายกฯ มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็งัดออกมาใช้หมด???“สลายกองทัพเสื้อแดง” ให้ราบเป็นหน้ากลอง.... “สงครามประชาชนกลางเมือง” สมรภูมินี้ “นายกฯ อภิสิทธิ์ชน” ใช่จะกำชัยเด็ดขาดแสงสว่างปลายอุโมงค์ ชิง “ยุบสภา” ใน “๓ เดือน” ท่านจะได้ใจจากคนทั้งชาติถึงจะชิงยุบสภาฯไว เป็นปานกามหนุ่มนิต..แต่อย่าลืมว่า ช่วงรักษาการเป็น “รัฐบาล” อยู่นั้น... “นายกฯ อภิสิทธิชน” ยังได้โควตา วีซ่า เป็น “นายกรัฐมนตรี” ต่ออีก ๔๕ วันชนิดซำบาย!!!ทางออกช่องนี้ดีที่สุด... “นายกฯ มาร์ค” รีบชิงหัวมุด.....อย่าให้หลุดจากมือไป???
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
‘เต็งหาม’ ..นำแบบม้วนเดียวจบ!!!
“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. “ฟ้าไม่ผ่าเสียก่อน” ท่านต้องได้เป็น “ผู้บัญชาการทหารบก” ในการคุม “กองทัพนักรบ”???แต่ของที่ว่าแน่..บางทีก็ แน่นอนแช่แป้ง เหมือนกัน“บิ๊กน้อย” พล.อ.วิทย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รอง ผบ.ทบ. ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนหัวโปรด “พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” ก็มองข้าม ไม่ได้เชียวนะท่าน“พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง” เสนาธิการทหารบก ผู้มีเกียรติมาตั้งแต่กำเนิด... เป็นหนึ่งในตองอูสมัยเรียน ..หนำซ้ำยังเก่งยอดเยี่ยมด้านการงาน มีผลงานอย่างเปี่ยมล้น!!!และที่รู้มา ทั้ง “พล.อ.วิทย์” และ “พล.อ.พิรุณ”...เป็นเด็กสร้าง ของ “พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร”....ที่สนับสนุน มาทั้งสองคน???
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
เป็น ‘นักบู๊’ สายเลือดเยี่ยม!!!
ผลงาน เป็นที่ประทับใจจ๊อด...พิสูจน์และดมได้ ว่า “เดอะอ๊อด” พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา” ที่ปรึกษาสบ. ๑๐ ....ยกนิ้วให้เลย มีผลงานยากหาใครมาเทียม???เป็นนายตำรวจใหญ่รุ่น ๒๘ ...เป็นเพื่อนรักเพื่อนเลิฟ กับขุนศึกใหญ่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตท.รุ่น ๑๒ ผู้มีอำนาจและบทบาทเท่าที่รู้ “พล.อ.ประยุทธ์” ...หนุนสุดขั้ว เพื่อให้ “พล.ต.อ.ภาณุพงษ์” ขึ้นมาเป็น “ผบ.ตร.” คุมอำนาจทั้งนี้ เพราะ ผลงานคุณภาพคับแก้ว ของ “เดอะอ๊อด” พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา เข้าตาเป็นอันมาก.....ถึงจะมีคู่แข่ง “พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี” คอยเบียดทางนอก เพื่อแซงทางใน...แต่ด้วยเส้นทางที่เป็น “นายตำรวจนักธุรการ” จึงมีความเฉียบคม ไม่เพียงพอ!!!ฉะนั้น,ขอยินดีล่วงหน้า....กับ “พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหราฯ”......ที่จะคว้าเก้าอี้ “ผอบอตอรอ”???
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
‘ข้อแม้’ ที่พากันกังขา!!!
เหตุที่ “นายกฯ มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งโรดแม็ป ในการ “ยุบสภา ๙ เดือน” นั่นแหละ....ที่คนสงกะสัย กันเป็นนักเป็นหนา???เรื่องขอแก้ปัญหาเศรษฐกิจ “นายกฯ อภิสิทธิ์ชน” อ้างน้ำขุ่น ๆ .....เรื่องขอตั้งงบประมาณแผ่นดินใหม่ “อภิสิทธิ์ชน” ก็อ้างไปข้างๆ คูๆ ....ยิ่งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องยกเมฆอยู่ที่ “เงินกู้ ๔ แสนล้าน” ..ที่ยังค้างติ่ง ไม่ผ่านที่ประชุม “วุฒิสภา” นั่นแหละ เป็นสิ่งที่ ต้องโยกเยก“งบก้อนนี้” เป็นเงินไว้ “สร้างถนน” จำนวนมหาศาลบานตะไท ...หากสร้างสำเร็จ ก็เป็นความดีความงาม โดยเฉพาะตัว ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ผู้จัดการรัฐบาล และ “เนวิน ชิดชอบ” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย !!!แต่เรื่องที่ลึกลับ ไม่ใช่เล่น....มีคนรอโซ้ย “ ๒๐ เปอร์เซ็นต์”.....ฟันกันเล่นๆ “๘ หมื่นล้าน” กันอย่างง่ายๆ
ตอดนิดตอดหน่อย
โดย.การบูร
มาตรฐานของการใช้กฎหมาย
เส้นแบ่งระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ คือ “การใช้อำนาจ” กับ “การใช้กฎหมาย” ...
-หนังสือพิมพ์ บางกอกทูเดย์ ฉบับใหม่วันเสาร์ที่ 10-วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2553...
-รัฐบาลปัจจุบันของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ต้องความชอบธรรมของการได้มาซึ่งอำนาจบริหารกำลังจะต้องเผชิญชะตากรรมประชาธิปไตยในวังวนอำนาจปฏิวัติเมื่อ 19 กันยายน 2549 เหมือนรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยแต่ไม่ถูกใจเผด็จการ...
-เรื่องแปลกที่คนทั้งหลายในโลกงงก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีพูดจาเหมือนท่องจำว่ารัฐบาลของเขามาจากการได้อำนาจบริหารทางประชาธิปไตย แต่ทำไมคนไทยกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มคือ เสื้อแดง ออกมาทวงประชาธิปไตยคืนให้นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ยุบสภา” คืนอำนาจให้ประชาชนแล้วเลือกตั้งกันใหม่ล่ะ...ใครกันแน่ที่เป็นประชาธิปไตยจริง? ใครกันแน่ที่เป็นประชาธิปไตยแอบแฝง หรือ กาฝากประชาธิปไตย?...
-แต่ที่แน่ๆ คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเก่าแก่ในระบอบประชาธิปไตย สนับสนุนการกระทำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างเต็มที่ และนี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ ประชาธิปัตย์ ญาติดีกับ ทหารในกองทัพอย่างที่ไม่เคยมีการเอื้ออารีย์และเอื้ออาทรกันและกันมากมายมหาศาลอย่างนี้...นี่จะเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งของการเมืองไทยที่จะต้องจารึกไว้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลายไปว่าเด็กสร้างของชวน หลีกภัย ชื่ออภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ทำเรื่องอย่างนี้เอาไว้...
-ตัวอย่างประชาธิปไตยจากประเทศแม่แบบอย่างอังกฤษก็มีให้เห็นแล้ว เมื่อ กอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรี ใช้ทางออกของประชาธิปไตย ยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่ 6 พ.ค. นี้...
-วันนี้การเมืองประเทศไทยที่มีการเรียกร้องประชาธิปไตยไปทั่วโลก จึงเปรียบได้กับมองโกเลียซึ่งกำลังมีการเรียกร้องประชาธิปไตยให้ยุบสภา...ไทย กับ มองโกเลีย จึงจับคู่เปรียบเทียบทางการเมืองในเวทีประชาธิปไตยของโลกว่าใครจะได้ประชาธิปไตยก่อนกัน อ้าวแล้วไหนนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าประเทศเราเป็นประชาธิปไตยแล้วไงล่ะ?...
-และนี่ก็เป็นประกฏการณ์เป็นครั้งแรกในการเมืองไทยที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องให้ธาริษฐ เพ็งดิศ อธิบดีดีเอสไอ ออกมาตีความ คำสั่งศาลแพ่งเรื่องการชุมนุมของเสื้อแดง...นี่หรือคือวิธีสร้างประชาธิปไตยให้สวยงามแต่ไม่เคยสร้างมาตรฐานของการใช้กฎหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันรวมถึงการบริหารการปกครองที่เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนทั่วหน้าได้เหมือนกันเท่าเทียมกันทั้งหมดนั้นมันมีได้อยู่ในโลกเดียวเท่านั้นแหละครับ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คือโลกประชาธิปไตยในความฝันไม่ใช่โลกแห่งความจริง...
-มาจนถึงวันนี้ มด คันไฟ ยืนยันว่า สงบ สันติ และ สามัคคี และประชาธิปไตยของคนไทยจะเกิดขึ้นได้ มีทางออกเหลืออยู่แค่ทางเดียวเท่านั้น คือ การยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเพราะปฏิกิริยากองทัพหลังสุดของทหารที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.บอกว่า การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ต่อจากนี้ไปขึ้นอยู่กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะเชื่อใครมากกว่ากันระหว่าง ตัวเอง กับ คนสั่งการ คนนั้นและผลของเรื่องนี้มันจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่อชีวิตและครอบครัวของคนที่ได้ชื่อว่า เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ที่ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว...
-ย้อน 19 ก.ย. 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากสหรัฐอเมริกา ยังยื้ออยู่ในอำนาจต่อไปไม่ได้เลย...ยังจำได้ไหม?..-/-
บางกอกกอสซิบ
มด คันไฟ
**************************************
-หนังสือพิมพ์ บางกอกทูเดย์ ฉบับใหม่วันเสาร์ที่ 10-วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2553...
-รัฐบาลปัจจุบันของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ต้องความชอบธรรมของการได้มาซึ่งอำนาจบริหารกำลังจะต้องเผชิญชะตากรรมประชาธิปไตยในวังวนอำนาจปฏิวัติเมื่อ 19 กันยายน 2549 เหมือนรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยแต่ไม่ถูกใจเผด็จการ...
-เรื่องแปลกที่คนทั้งหลายในโลกงงก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีพูดจาเหมือนท่องจำว่ารัฐบาลของเขามาจากการได้อำนาจบริหารทางประชาธิปไตย แต่ทำไมคนไทยกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มคือ เสื้อแดง ออกมาทวงประชาธิปไตยคืนให้นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ยุบสภา” คืนอำนาจให้ประชาชนแล้วเลือกตั้งกันใหม่ล่ะ...ใครกันแน่ที่เป็นประชาธิปไตยจริง? ใครกันแน่ที่เป็นประชาธิปไตยแอบแฝง หรือ กาฝากประชาธิปไตย?...
-แต่ที่แน่ๆ คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเก่าแก่ในระบอบประชาธิปไตย สนับสนุนการกระทำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างเต็มที่ และนี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ ประชาธิปัตย์ ญาติดีกับ ทหารในกองทัพอย่างที่ไม่เคยมีการเอื้ออารีย์และเอื้ออาทรกันและกันมากมายมหาศาลอย่างนี้...นี่จะเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งของการเมืองไทยที่จะต้องจารึกไว้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลายไปว่าเด็กสร้างของชวน หลีกภัย ชื่ออภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ทำเรื่องอย่างนี้เอาไว้...
-ตัวอย่างประชาธิปไตยจากประเทศแม่แบบอย่างอังกฤษก็มีให้เห็นแล้ว เมื่อ กอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรี ใช้ทางออกของประชาธิปไตย ยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่ 6 พ.ค. นี้...
-วันนี้การเมืองประเทศไทยที่มีการเรียกร้องประชาธิปไตยไปทั่วโลก จึงเปรียบได้กับมองโกเลียซึ่งกำลังมีการเรียกร้องประชาธิปไตยให้ยุบสภา...ไทย กับ มองโกเลีย จึงจับคู่เปรียบเทียบทางการเมืองในเวทีประชาธิปไตยของโลกว่าใครจะได้ประชาธิปไตยก่อนกัน อ้าวแล้วไหนนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าประเทศเราเป็นประชาธิปไตยแล้วไงล่ะ?...
-และนี่ก็เป็นประกฏการณ์เป็นครั้งแรกในการเมืองไทยที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องให้ธาริษฐ เพ็งดิศ อธิบดีดีเอสไอ ออกมาตีความ คำสั่งศาลแพ่งเรื่องการชุมนุมของเสื้อแดง...นี่หรือคือวิธีสร้างประชาธิปไตยให้สวยงามแต่ไม่เคยสร้างมาตรฐานของการใช้กฎหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันรวมถึงการบริหารการปกครองที่เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนทั่วหน้าได้เหมือนกันเท่าเทียมกันทั้งหมดนั้นมันมีได้อยู่ในโลกเดียวเท่านั้นแหละครับ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คือโลกประชาธิปไตยในความฝันไม่ใช่โลกแห่งความจริง...
-มาจนถึงวันนี้ มด คันไฟ ยืนยันว่า สงบ สันติ และ สามัคคี และประชาธิปไตยของคนไทยจะเกิดขึ้นได้ มีทางออกเหลืออยู่แค่ทางเดียวเท่านั้น คือ การยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเพราะปฏิกิริยากองทัพหลังสุดของทหารที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.บอกว่า การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ต่อจากนี้ไปขึ้นอยู่กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะเชื่อใครมากกว่ากันระหว่าง ตัวเอง กับ คนสั่งการ คนนั้นและผลของเรื่องนี้มันจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่อชีวิตและครอบครัวของคนที่ได้ชื่อว่า เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ที่ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว...
-ย้อน 19 ก.ย. 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากสหรัฐอเมริกา ยังยื้ออยู่ในอำนาจต่อไปไม่ได้เลย...ยังจำได้ไหม?..-/-
บางกอกกอสซิบ
มด คันไฟ
**************************************
เสื้อแดงยันไม่เผาศาลากลาง รอฟังคำสั่งแกนนำ นปช.
ที่บริเวณสนามหน้าศาลา จ.ศรีสะเกษ ได้มีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 100 คน เดินทางทยอยมาร่วมการชุมนุมเพื่อฟังคำสั่งจากแกนนำส่วนกลางและรอติดตามฟังสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยมีแกนนำผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศัยโจมตีรัฐบาล
นายพรชัย มะณีนิล แกนนำกลุ่มเสื้อแดง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การที่รัฐบาลสั่งปิดสถานีโทรทัศน์พีทีวี เท่ากับเป็นการปิดหูปิดตาชาวบ้าน รัฐบาลดูถูกความคิดของชาวบ้าน เพราะการที่ชาวบ้านดูช่องของเสื้อแดง พวกเขาก็รู้จักวิเคราะห์ว่าอะไรควรเชื่อไม่ควรเชื่อ เหมือนกับช่องของรัฐบาลที่เปิดกรอกหูชาวบ้านทุกวัน เขาดูแล้วเขาก็วิเคราะห์ได้ ถ้าบอกว่าเขาดูช่องเสื้อแดงแล้วทำให้เกลียดรัฐบาล ทำไมเขาดูช่องรัฐบาลแล้วไม่เกลียดเสื้อแดงบ้าง
นายพรชัย กล่าวต่อว่า สำหรับการชุมนุมของเสื้อแดงจังหวัดศรีสะเกษ เราได้จัดให้มีการ์ดป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นจำนวน 200 คน ไว้สำหรับป้องกันการก่อเหตุรุนแรง เพราะเรายึดรูปแบบการชุมนุมแบบสันติ อหิงสา จะไม่มีการบุกขึ้นไปยึดศาลากลาง และไม่มีการเผาศาลากลางหรือสถานที่ราชการอย่างเด็ดขาด แต่หาก นปช.กรุงเทพถูกรัฐบาลสั่งสลายการชุมนุม และถ้าได้รับคำสั่งจากแกนนำส่วนกลางพวกเราก็พร้อมจะปิดล้อมศาลากลาง โดยจะปิดล้อมเฉพาะประตูทางเข้าศาลากลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าทำงานได้ ซึ่งถือเป็นมาตรการในการกดดันรัฐบาลป้องกันไม่ให้ใช้มาตรการรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม
ที่มา.เนชั่นทันข่าว
*******************************************
นายพรชัย มะณีนิล แกนนำกลุ่มเสื้อแดง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การที่รัฐบาลสั่งปิดสถานีโทรทัศน์พีทีวี เท่ากับเป็นการปิดหูปิดตาชาวบ้าน รัฐบาลดูถูกความคิดของชาวบ้าน เพราะการที่ชาวบ้านดูช่องของเสื้อแดง พวกเขาก็รู้จักวิเคราะห์ว่าอะไรควรเชื่อไม่ควรเชื่อ เหมือนกับช่องของรัฐบาลที่เปิดกรอกหูชาวบ้านทุกวัน เขาดูแล้วเขาก็วิเคราะห์ได้ ถ้าบอกว่าเขาดูช่องเสื้อแดงแล้วทำให้เกลียดรัฐบาล ทำไมเขาดูช่องรัฐบาลแล้วไม่เกลียดเสื้อแดงบ้าง
นายพรชัย กล่าวต่อว่า สำหรับการชุมนุมของเสื้อแดงจังหวัดศรีสะเกษ เราได้จัดให้มีการ์ดป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นจำนวน 200 คน ไว้สำหรับป้องกันการก่อเหตุรุนแรง เพราะเรายึดรูปแบบการชุมนุมแบบสันติ อหิงสา จะไม่มีการบุกขึ้นไปยึดศาลากลาง และไม่มีการเผาศาลากลางหรือสถานที่ราชการอย่างเด็ดขาด แต่หาก นปช.กรุงเทพถูกรัฐบาลสั่งสลายการชุมนุม และถ้าได้รับคำสั่งจากแกนนำส่วนกลางพวกเราก็พร้อมจะปิดล้อมศาลากลาง โดยจะปิดล้อมเฉพาะประตูทางเข้าศาลากลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าทำงานได้ ซึ่งถือเป็นมาตรการในการกดดันรัฐบาลป้องกันไม่ให้ใช้มาตรการรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม
ที่มา.เนชั่นทันข่าว
*******************************************
ผู้ ประท้วงไทยบุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์
โดย KINAN SUCHAOVANICH
The Associated Press
กรุงเทพฯ -- กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลของไทยได้บุกเข้าไปยังพื้นที่ของสถานีสัญญาณ ดาวเทียมที่ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐตัดสัญญาณทีวี ในขณะที่ทหารและตำรวจปราบจราจลได้พยายามที่จะยันทัพด้วยแก๊ซน้ำตาและปืนน้ำ
นี่เป็น ครั้งแรกที่มีการใช้กำลังโดยรัฐบาลระหว่างการประท้วงที่กินเวลานับเดือนของ ผู้ชุมนุมที่ต้องการที่จะขับไล่นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และให้มีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ในขณะเดียวกันได้มีการออกหมายจับโดยศาลต่อแกนนำผู้ประท้วงคนสำคัญจำนวน 3 คน
กลุ่ม ผู้ประท้วง"เสื้อแดง" ได้ขู่ที่จะบุกเข้าไปในอาคารหากผู้บัญชาการทหารไม่ออกมาเจรจากับพวกเขาเพื่อ ที่จะยกเลิกการปิดสถานีพีเพิ้ลแชนแนล หรือพีทีวี
ผู้ประท้วงได้ทำการ ข้ามขวากหนามที่ถูกวางไว้รอบบริษัทไทยคมในเวลาเพียงไม่กี่นาที แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้าไปยังในอาคารได้ ในขณะต่อมากองกำลังทหารได้ขว้างแก๊สน้ำตาและยิงปืนฉีดน้ำเข้าใส่แต่ก็ต้อง ถอยร่นออกมาอย่างรวดเร็วเข้ามาในยังอาคารในขณะที่ผู้ประท้วงจำนวนนับพันๆคน ได้ทะลักล้นมาโดยรอบ
นายทหารบางท่านได้โยนโล่ห์และชุดเกราะของตนทิ้ง พร้อมกับจับมือกับเหล่าผู้ประท้วง ในขณะที่ผู้ประท้วงเสื้อแดงได้ยื่นน้ำไปให้กับทหารและตำรวจ
การยก ระดับการชุมนุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้อันยาวนานระหว่างกลุ่มคน ยากจนส่วนใหญ่และผู้สนับสนุนจากชนบทของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มอำมาตย์ที่เผยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจในการรัฐประหาร เมื่อปี 49 ผู้ชุมนุมมองว่านายอภิสิทธิ์นักเรียนอ๊อกฟอร์ดเป็นสัญลักษณ์ของอำมาตย์ และอ้างว่าเขาเข้ามาในตำแหน่งอย่างไม่ถูกต้องตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 50 ด้วยความช่วยเหลือจากอิทธิพลจากกองทัพที่มีต่อรัฐสภา
ในสัปดาห์ที่ ผ่านมา ตำรวจที่ดูแลการชุมนุมได้แสดงให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ประท้วงหลาย ครั้ง ในขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า กองกำลังโดยเฉพาะตำรวจได้เผื่อใจให้ ซึ่งทำให้เป็นการยากสำหรับรัฐบาลที่จะบังคับใช้กฏหมายต่างๆ
ในตอนต้น ผู้นำเสื้อแดงกล่าวว่าพวกเขาจะแยกกันเดินไปยังหลายจุดในกรุงฯในวันนี้ แต่ได้เปลี่ยนแผน โดยณัฐวุฒิ ไสยเกื้อกล่าวต่อผู้ชุมนุมว่า "เราจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียว"
"เราจะไปนำเอาสถานีพีเพิ้ลแชนแนล เรากลับมา" เขากล่าว
แถวของผู้ประท้วง, แนวของมอเตอร์ไซต์และรถปิคอัพ ได้ทำการส่งเสียงแตรสัญญาณและโบกธงแดงในระหว่างที่พวกเขาเคลื่อนตัวออกจาก จุดที่ประท้่วงหลักสองจุดใจกลางกรุงฯ เพื่อเคลื่อนตัวไปยังทิศเหนือประมาณ 45 กม. ไปยังออฟฟิศของไทยคมในจังหวัดปทุมฯ
ไทยคมถูกก่อตั้งโดยทักษิณ มหาเศรษฐีโทรคมนาคมที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักการเมือง
หน่วยงานของ รัฐประเมินว่ามีผู้ชุมนุมราว 15,000 คนที่เคลื่อนตัว แต่โฆษกกองทัพ สรรเสริญ แก้วกำเนิด บอกว่าตัวเลขมีแค่ประมาณ 3,000 ตัวเลขทั้งสองนี้ล้วนต่ำกว่าตัวเลขสูงสุดที่เคยมีการประเมินคนกว่า 100,000 คนระหว่างการชุมนุมครั้งแรกๆเมื่อเดือนก่อน
พีทีวีถูกก่อตั้งและให้ ทุนโดยกลุ่มคนเสื้อแดงที่เห็นอกเห็นใจ มีวิทยุชุมนุมกลุ่มเล็กๆหลายแห่งได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรด้วยโดยการใช้โทร ศํพท์และเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิรก์
**************************************************
The Associated Press
กรุงเทพฯ -- กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลของไทยได้บุกเข้าไปยังพื้นที่ของสถานีสัญญาณ ดาวเทียมที่ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐตัดสัญญาณทีวี ในขณะที่ทหารและตำรวจปราบจราจลได้พยายามที่จะยันทัพด้วยแก๊ซน้ำตาและปืนน้ำ
นี่เป็น ครั้งแรกที่มีการใช้กำลังโดยรัฐบาลระหว่างการประท้วงที่กินเวลานับเดือนของ ผู้ชุมนุมที่ต้องการที่จะขับไล่นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และให้มีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ในขณะเดียวกันได้มีการออกหมายจับโดยศาลต่อแกนนำผู้ประท้วงคนสำคัญจำนวน 3 คน
กลุ่ม ผู้ประท้วง"เสื้อแดง" ได้ขู่ที่จะบุกเข้าไปในอาคารหากผู้บัญชาการทหารไม่ออกมาเจรจากับพวกเขาเพื่อ ที่จะยกเลิกการปิดสถานีพีเพิ้ลแชนแนล หรือพีทีวี
ผู้ประท้วงได้ทำการ ข้ามขวากหนามที่ถูกวางไว้รอบบริษัทไทยคมในเวลาเพียงไม่กี่นาที แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้าไปยังในอาคารได้ ในขณะต่อมากองกำลังทหารได้ขว้างแก๊สน้ำตาและยิงปืนฉีดน้ำเข้าใส่แต่ก็ต้อง ถอยร่นออกมาอย่างรวดเร็วเข้ามาในยังอาคารในขณะที่ผู้ประท้วงจำนวนนับพันๆคน ได้ทะลักล้นมาโดยรอบ
นายทหารบางท่านได้โยนโล่ห์และชุดเกราะของตนทิ้ง พร้อมกับจับมือกับเหล่าผู้ประท้วง ในขณะที่ผู้ประท้วงเสื้อแดงได้ยื่นน้ำไปให้กับทหารและตำรวจ
การยก ระดับการชุมนุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้อันยาวนานระหว่างกลุ่มคน ยากจนส่วนใหญ่และผู้สนับสนุนจากชนบทของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มอำมาตย์ที่เผยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจในการรัฐประหาร เมื่อปี 49 ผู้ชุมนุมมองว่านายอภิสิทธิ์นักเรียนอ๊อกฟอร์ดเป็นสัญลักษณ์ของอำมาตย์ และอ้างว่าเขาเข้ามาในตำแหน่งอย่างไม่ถูกต้องตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 50 ด้วยความช่วยเหลือจากอิทธิพลจากกองทัพที่มีต่อรัฐสภา
ในสัปดาห์ที่ ผ่านมา ตำรวจที่ดูแลการชุมนุมได้แสดงให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ประท้วงหลาย ครั้ง ในขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า กองกำลังโดยเฉพาะตำรวจได้เผื่อใจให้ ซึ่งทำให้เป็นการยากสำหรับรัฐบาลที่จะบังคับใช้กฏหมายต่างๆ
ในตอนต้น ผู้นำเสื้อแดงกล่าวว่าพวกเขาจะแยกกันเดินไปยังหลายจุดในกรุงฯในวันนี้ แต่ได้เปลี่ยนแผน โดยณัฐวุฒิ ไสยเกื้อกล่าวต่อผู้ชุมนุมว่า "เราจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียว"
"เราจะไปนำเอาสถานีพีเพิ้ลแชนแนล เรากลับมา" เขากล่าว
แถวของผู้ประท้วง, แนวของมอเตอร์ไซต์และรถปิคอัพ ได้ทำการส่งเสียงแตรสัญญาณและโบกธงแดงในระหว่างที่พวกเขาเคลื่อนตัวออกจาก จุดที่ประท้่วงหลักสองจุดใจกลางกรุงฯ เพื่อเคลื่อนตัวไปยังทิศเหนือประมาณ 45 กม. ไปยังออฟฟิศของไทยคมในจังหวัดปทุมฯ
ไทยคมถูกก่อตั้งโดยทักษิณ มหาเศรษฐีโทรคมนาคมที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักการเมือง
หน่วยงานของ รัฐประเมินว่ามีผู้ชุมนุมราว 15,000 คนที่เคลื่อนตัว แต่โฆษกกองทัพ สรรเสริญ แก้วกำเนิด บอกว่าตัวเลขมีแค่ประมาณ 3,000 ตัวเลขทั้งสองนี้ล้วนต่ำกว่าตัวเลขสูงสุดที่เคยมีการประเมินคนกว่า 100,000 คนระหว่างการชุมนุมครั้งแรกๆเมื่อเดือนก่อน
พีทีวีถูกก่อตั้งและให้ ทุนโดยกลุ่มคนเสื้อแดงที่เห็นอกเห็นใจ มีวิทยุชุมนุมกลุ่มเล็กๆหลายแห่งได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรด้วยโดยการใช้โทร ศํพท์และเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิรก์
**************************************************
ผู้บาดเจ็บปะทะลาดหลุมแก้ว 22รายโดนแก๊สน้ำตา300ราย
นพ.แสงชัย ธีระปกรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ล่าสุดขณะนี้มีการส่งผู้บาดเจ็บนำส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแล้ว 15 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ชุมนุม 11 ราย ทหาร 4ราย และตำรวจ 1 ราย ส่วนอีก 1 รายยังไม่ยืนยันว่า เป็นทหารหรือ ผู้ชุมนุม ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเป็นบาดฉีกขาดจากการปะทะและกระแทกตามส่วนต่างๆ ของร่ายกาย โดยมีผู้บาดเจ็บหนัก 1 ราย มีบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะ จึงได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปทุมธานีแล้ว นอกจากนี้ยังมี 2 รายที่มีอาการกระดูกแตกที่ขา โดยเป็นทหาร 1 ราย และผู้ชุมนุม 1 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้ทางแพทย์และ
พยาบาลได้เข้ารักษาบาดแผลเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในส่วนของทหาร 1 รายที่กระดูกแตกที่ขานั้น ขณะนี้รอทางกองทัพนำรถพยาบาลมารับเพื่อกลับไปรักษายังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ต่อไป
นพ.แสงชัย กล่าวว่า หลังจากการปะทะรอบแรกที่มีการทยอยส่งผู้บาดเข้ามารักษาจำนวนมาก แต่ขณะนี้เริ่มซาลงแล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลยังคงเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์หากมีผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม ทั้งแพทย์ พยาบาล ตลอดยาและเวชภัณฑ์ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียงและโรงพยาบาลปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลจังหวัดคอยให้การสนับสนุนและส่งต่อไปได้ อีกทั้งยังมีรถพยาบาลฉุกเฉิน และรถมูลนิธิที่คอยเตรียมพร้อมรับมือเช่นกัน
ขณะที่ นพ.ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะที่ไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว ส่งมารักษาที่โรงพยาบาล 7 ราย ในจำนวนนี้ เป็นกลุ่มผู้ชุมนุม 5 ราย ซึ่งบาดเจ็บทั้งจากการได้รับแก๊สน้ำตาล และการปะทะกัน โดยในจำนวนนี้ 1 ราย ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งพบรายเจาะ และทหาร 2 ราย ซึ่งถูกหินกระแทกที่คิ้ว 1 ราย ยาวประมาณ 3-4 ซม. และได้รับบาดเจ็บที่สะบักหัวไหล่ ทั้งนี้เป็นเพียงรายงานการบาดเจ็บเบื้องต้นเท่านั้น สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะทั้งหมดไม่ทราบ เนื่องจากมีการส่งต่อไปโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว และโรงพยาบาลลาดบัวหลวง เจ้าหน้าที่ออกหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ประเมินว่าน่าจะมีแก๊สน้ำตา 300 ราย ส่วนที่มีรายงานแค่ 75 ราย เป็นเพียงผู้ถูกแสน้ำตา และมารับบริการที่หน่วยรถฉุกเฉิน และโรงพยาบาลเพื่อล้างตา นอกจากนั้น น่าจะมีผู้ได้รับแก๊สน้ำตาที่ล้างหน้าและล้างตัวกันเองประมาณ 200 ราย " การปะทะครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส ส่วนกรณีทหารที่จะต้องส่งไปรักษาที่ รพ.พระมงกุฎ เนื่องจากกระดูกแตกนั้น เกิดจาก สาเหตุถูกเหยียบ
ที่มา.เนชั่นทันข่าว
*************************************************
พยาบาลได้เข้ารักษาบาดแผลเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในส่วนของทหาร 1 รายที่กระดูกแตกที่ขานั้น ขณะนี้รอทางกองทัพนำรถพยาบาลมารับเพื่อกลับไปรักษายังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ต่อไป
นพ.แสงชัย กล่าวว่า หลังจากการปะทะรอบแรกที่มีการทยอยส่งผู้บาดเข้ามารักษาจำนวนมาก แต่ขณะนี้เริ่มซาลงแล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลยังคงเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์หากมีผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม ทั้งแพทย์ พยาบาล ตลอดยาและเวชภัณฑ์ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียงและโรงพยาบาลปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลจังหวัดคอยให้การสนับสนุนและส่งต่อไปได้ อีกทั้งยังมีรถพยาบาลฉุกเฉิน และรถมูลนิธิที่คอยเตรียมพร้อมรับมือเช่นกัน
ขณะที่ นพ.ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะที่ไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว ส่งมารักษาที่โรงพยาบาล 7 ราย ในจำนวนนี้ เป็นกลุ่มผู้ชุมนุม 5 ราย ซึ่งบาดเจ็บทั้งจากการได้รับแก๊สน้ำตาล และการปะทะกัน โดยในจำนวนนี้ 1 ราย ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งพบรายเจาะ และทหาร 2 ราย ซึ่งถูกหินกระแทกที่คิ้ว 1 ราย ยาวประมาณ 3-4 ซม. และได้รับบาดเจ็บที่สะบักหัวไหล่ ทั้งนี้เป็นเพียงรายงานการบาดเจ็บเบื้องต้นเท่านั้น สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะทั้งหมดไม่ทราบ เนื่องจากมีการส่งต่อไปโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว และโรงพยาบาลลาดบัวหลวง เจ้าหน้าที่ออกหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ประเมินว่าน่าจะมีแก๊สน้ำตา 300 ราย ส่วนที่มีรายงานแค่ 75 ราย เป็นเพียงผู้ถูกแสน้ำตา และมารับบริการที่หน่วยรถฉุกเฉิน และโรงพยาบาลเพื่อล้างตา นอกจากนั้น น่าจะมีผู้ได้รับแก๊สน้ำตาที่ล้างหน้าและล้างตัวกันเองประมาณ 200 ราย " การปะทะครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส ส่วนกรณีทหารที่จะต้องส่งไปรักษาที่ รพ.พระมงกุฎ เนื่องจากกระดูกแตกนั้น เกิดจาก สาเหตุถูกเหยียบ
ที่มา.เนชั่นทันข่าว
*************************************************
แถลงการณ์ กลุ่ม ๕ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร และอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งประกาศ คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ นั้น
เรา กลุ่ม ๕ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเห็นและข้อเรียกร้อง ดังนี้
๑. เสรีภาพการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นเสรีภาพที่รับรองไว้ใน รัฐธรรมนูญ และเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานในรัฐเสรีประชาธิปไตย
๒. ข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง คือ ให้นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๑๕ วัน ข้อเรียกร้องดังกล่าว เป็นข้อเรียกร้องทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องปกติในรัฐเสรีประชาธิปไตย การปิดถนนและการยึดพื้นที่สาธารณะบางส่วน เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องให้รัฐบาลเจรจาต่อรองกับผู้ชุมนุม หากการกระทำดังกล่าว มีความผิดตามกฎหมายใด รัฐบาลและเจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายนั้นเพื่อออกมาตรการที่เหมาะสม เพื่อป้องกัน ปราบปราม หรือลงโทษผู้กระทำผิดนั้นได้
๓. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ไม่เพียงต่อผู้ชุมนุมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประชาชนทั่วไปในวงกว้างอีกด้วย การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนเป็นสำคัญ
เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จ จริง เราเห็นว่า การชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดง ยังอยู่ในกรอบของการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ หากรัฐบาลต้องการให้ผู้ชุมนุมออกจากสถานที่สาธารณะ รัฐบาลสามารถใช้มาตรการอื่นๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนกรณีระเบิดตามสถานที่ต่างๆ ในแต่ละวันนั้น ยังไม่มีข้อเท็จจริงใดแสดงให้เห็นว่า เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง
เมื่อพิจารณาถึง เนื้อหาของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่า มีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพจำนวนมาก ทั้งในแง่ความเข้มข้นของมาตรการ และในแง่พื้นที่ซึ่งครอบคลุมในหลายจังหวัด
เรา เห็นว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงยังไม่ถือเป็น “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ตามความในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ อันเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ เป็นมาตรการที่เกินความจำเป็น และไม่ได้สัดส่วน
๔. มาตรา ๑๖ ของ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ บัญญัติว่า ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชกำหนดนี้ ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
นั่น หมายความว่า ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชกำหนดนี้ ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของศาลปกครอง และไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เป็นคดีรัฐธรรมนูญ ส่วนจะอยู่ภายใต้การควบคุมของศาลยุติธรรมหรือไม่นั้น ยังไม่มีคำพิพากษาบรรทัดฐานยืนยันไว้ ความข้อนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ไม่ได้รับการประกันโดยองค์กรตุลาการเพียงพอ จนอาจทำให้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนถูกละเมิดจากการใช้อำนาจโดยมิชอบได้
เรา เห็นว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ เป็นไปเพื่อสลายการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง รักษาอำนาจและความมั่นคงของรัฐบาลต่อไป ไม่ใช่รักษาอำนาจและความมั่นคงของรัฐ
ประกาศสถานการณ์ฉุก เฉินที่เกิดขึ้น มีผลเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง เป็นการใช้อำนาจเพื่อทำให้มาตรการที่ปกติแล้วไม่ชอบด้วยกฎหมายในทางเนื้อหา ให้กลายเป็นมาตรการที่ชอบด้วยกฎหมายในทางรูปแบบ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ช่วยแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งครั้งนี้ให้บรรเทาเบาบางลงไปได้ แต่กลับเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงมากขึ้น
เราขอ เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศ คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข
รอง ศาสตราจารย์ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์
รองศาสตราจารย์ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช
อาจารย์ ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล
อาจารย์ธีระ สุธีวรางกูร
อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล
ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร และอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งประกาศ คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ นั้น
เรา กลุ่ม ๕ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเห็นและข้อเรียกร้อง ดังนี้
๑. เสรีภาพการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นเสรีภาพที่รับรองไว้ใน รัฐธรรมนูญ และเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานในรัฐเสรีประชาธิปไตย
๒. ข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง คือ ให้นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๑๕ วัน ข้อเรียกร้องดังกล่าว เป็นข้อเรียกร้องทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องปกติในรัฐเสรีประชาธิปไตย การปิดถนนและการยึดพื้นที่สาธารณะบางส่วน เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องให้รัฐบาลเจรจาต่อรองกับผู้ชุมนุม หากการกระทำดังกล่าว มีความผิดตามกฎหมายใด รัฐบาลและเจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายนั้นเพื่อออกมาตรการที่เหมาะสม เพื่อป้องกัน ปราบปราม หรือลงโทษผู้กระทำผิดนั้นได้
๓. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ไม่เพียงต่อผู้ชุมนุมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประชาชนทั่วไปในวงกว้างอีกด้วย การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนเป็นสำคัญ
เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จ จริง เราเห็นว่า การชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดง ยังอยู่ในกรอบของการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ หากรัฐบาลต้องการให้ผู้ชุมนุมออกจากสถานที่สาธารณะ รัฐบาลสามารถใช้มาตรการอื่นๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนกรณีระเบิดตามสถานที่ต่างๆ ในแต่ละวันนั้น ยังไม่มีข้อเท็จจริงใดแสดงให้เห็นว่า เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง
เมื่อพิจารณาถึง เนื้อหาของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่า มีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพจำนวนมาก ทั้งในแง่ความเข้มข้นของมาตรการ และในแง่พื้นที่ซึ่งครอบคลุมในหลายจังหวัด
เรา เห็นว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงยังไม่ถือเป็น “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ตามความในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ อันเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ เป็นมาตรการที่เกินความจำเป็น และไม่ได้สัดส่วน
๔. มาตรา ๑๖ ของ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ บัญญัติว่า ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชกำหนดนี้ ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
นั่น หมายความว่า ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชกำหนดนี้ ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของศาลปกครอง และไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เป็นคดีรัฐธรรมนูญ ส่วนจะอยู่ภายใต้การควบคุมของศาลยุติธรรมหรือไม่นั้น ยังไม่มีคำพิพากษาบรรทัดฐานยืนยันไว้ ความข้อนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ไม่ได้รับการประกันโดยองค์กรตุลาการเพียงพอ จนอาจทำให้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนถูกละเมิดจากการใช้อำนาจโดยมิชอบได้
เรา เห็นว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ เป็นไปเพื่อสลายการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง รักษาอำนาจและความมั่นคงของรัฐบาลต่อไป ไม่ใช่รักษาอำนาจและความมั่นคงของรัฐ
ประกาศสถานการณ์ฉุก เฉินที่เกิดขึ้น มีผลเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง เป็นการใช้อำนาจเพื่อทำให้มาตรการที่ปกติแล้วไม่ชอบด้วยกฎหมายในทางเนื้อหา ให้กลายเป็นมาตรการที่ชอบด้วยกฎหมายในทางรูปแบบ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ช่วยแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งครั้งนี้ให้บรรเทาเบาบางลงไปได้ แต่กลับเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงมากขึ้น
เราขอ เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศ คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข
รอง ศาสตราจารย์ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์
รองศาสตราจารย์ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช
อาจารย์ ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล
อาจารย์ธีระ สุธีวรางกูร
อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล
ในภาวะฉุกเฉิน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตั้งแต่เย็นวันที่ 7 เมษายน
ด้วยเหตุผลว่าเพื่อควบคุมให้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ขยายวงกว้างและยกระดับ ความกดดัน ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย โดยการเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐมากขึ้น
ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจใช้อำนาจนั้นหรือไม่ก็ตามที แต่ลำพังเพียงการประกาศภาวะ ฉุกเฉิน ก็ทำให้บรรยากาศของการเผชิญหน้าที่ตึง เครียดอยู่แล้วเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
คำถามของคนทั่วไปก็คือจะทำอย่างไรให้สถานการณ์ในวันนี้จบลงโดยไม่เสียเลือดเนื้อ
ประการสำคัญก็คือ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุมจะต้องระลึกเอาไว้เสมอว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินก็ดี หรือการระดมพลังเข้ามาชุมนุมกดดันเรียกร้องทางการเมืองก็ดี
ไม่ใช่เครื่องมือในการเอาชนะคะคาน หรือบรรลุวัตถุประสงค์ของตนเพียงฝ่ายเดียว
แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการนำไปสู่การเจรจาเพื่อยุติปัญหา เพื่อให้สามารถแก้ไขรากเหง้าหรือต้นตอของความขัดแย้งได้อย่างแท้ จริง
วิธีการอื่นนอกเหนือไปจากการเจรจาไม่สามารถแก้ไขยุติความแตกแยกที่เกิดขึ้นได้ มีแต่จะยิ่งทำให้รอยร้าวในสังคมถ่างกว้างยิ่งขึ้น
เพราะอำนาจไม่สามารถครองใจคน ขณะที่ความรุนแรงก็ไม่เคยสร้างความสมานฉันท์ได้
แต่การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ ก็เมื่อต่างฝ่ายต่างตระหนักว่าการเดินหน้าเข้าห้ำหั่นกันนั้น สุดท้ายแล้วไม่มีใครจะเป็นผู้ชนะได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
และจะสร้างบรรยากาศของการเจรจาเกิดขึ้นได้ ก็ต้องเลิกหรือลดการใส่ร้ายป้ายสีและใช้วาจาและท่าทีมุ่งร้ายต่อกัน
ไม่ว่าจะแสดงด้วยตนเองหรือผ่านกระบอกเสียงอย่างสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 และทีวีของคนเสื้อแดง
ประโยชน์ที่สุดของการประกาศภาวะฉุกเฉิน ก็คือการเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องฉุกคิด ว่าขณะนี้สถานการณ์มาถึงขีดขั้นใกล้จุดระเบิดเต็มทีแล้ว
ถ้ายังไม่รู้ตัว ภาวะฉุกเฉินก็จะเป็นตัวเร่งสถานการณ์ให้เลวร้ายขึ้นเสียเอง
ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
************************************************
ด้วยเหตุผลว่าเพื่อควบคุมให้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ขยายวงกว้างและยกระดับ ความกดดัน ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย โดยการเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐมากขึ้น
ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจใช้อำนาจนั้นหรือไม่ก็ตามที แต่ลำพังเพียงการประกาศภาวะ ฉุกเฉิน ก็ทำให้บรรยากาศของการเผชิญหน้าที่ตึง เครียดอยู่แล้วเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
คำถามของคนทั่วไปก็คือจะทำอย่างไรให้สถานการณ์ในวันนี้จบลงโดยไม่เสียเลือดเนื้อ
ประการสำคัญก็คือ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุมจะต้องระลึกเอาไว้เสมอว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินก็ดี หรือการระดมพลังเข้ามาชุมนุมกดดันเรียกร้องทางการเมืองก็ดี
ไม่ใช่เครื่องมือในการเอาชนะคะคาน หรือบรรลุวัตถุประสงค์ของตนเพียงฝ่ายเดียว
แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการนำไปสู่การเจรจาเพื่อยุติปัญหา เพื่อให้สามารถแก้ไขรากเหง้าหรือต้นตอของความขัดแย้งได้อย่างแท้ จริง
วิธีการอื่นนอกเหนือไปจากการเจรจาไม่สามารถแก้ไขยุติความแตกแยกที่เกิดขึ้นได้ มีแต่จะยิ่งทำให้รอยร้าวในสังคมถ่างกว้างยิ่งขึ้น
เพราะอำนาจไม่สามารถครองใจคน ขณะที่ความรุนแรงก็ไม่เคยสร้างความสมานฉันท์ได้
แต่การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ ก็เมื่อต่างฝ่ายต่างตระหนักว่าการเดินหน้าเข้าห้ำหั่นกันนั้น สุดท้ายแล้วไม่มีใครจะเป็นผู้ชนะได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
และจะสร้างบรรยากาศของการเจรจาเกิดขึ้นได้ ก็ต้องเลิกหรือลดการใส่ร้ายป้ายสีและใช้วาจาและท่าทีมุ่งร้ายต่อกัน
ไม่ว่าจะแสดงด้วยตนเองหรือผ่านกระบอกเสียงอย่างสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 และทีวีของคนเสื้อแดง
ประโยชน์ที่สุดของการประกาศภาวะฉุกเฉิน ก็คือการเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องฉุกคิด ว่าขณะนี้สถานการณ์มาถึงขีดขั้นใกล้จุดระเบิดเต็มทีแล้ว
ถ้ายังไม่รู้ตัว ภาวะฉุกเฉินก็จะเป็นตัวเร่งสถานการณ์ให้เลวร้ายขึ้นเสียเอง
ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
************************************************
'จอดำ' ยิ่งเร้าคนดู?
สุเทพ & อภิสิทธิ์
ตีไพ่ใบสุดท้าย ไม่เหลือแต้มในมือแล้ว
โดยเดิมพันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามในประกาศภาวะฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง คุมสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล มอบดาบให้ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง คุมเกมรบ
ทุ่มอำนาจรัฐที่มีอยู่ในมือ เกแบบหมดหน้าตัก
ส่งสัญญาณหักดิบด้วยปฏิบัติการ "ถอดปลั๊ก" พีทีวี "จอดำ" สนิท ในเวลา 10.30 น. ของวันที่ 8 เมษายน ซึ่งเป็นเวลาที่แกนนำคนเสื้อแดงจะขึ้นแถลงข่าวถึงทิศทางการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เวทีแยกราชประสงค์
"เทพเทือก" ไม่กลัวไฟ กลั้นใจสาดน้ำมันเจ็ทเข้ากองเพลิง
เช่นเดียวกับเว็บไซต์ประชาไท ฟ้าเดียวกัน นปช.ยูเอสเอ ของเครือข่ายคนเสื้อแดง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ก็ถูกบล็อก ไม่สามารถใช้งานได้
รัฐบาลเดินหน้าล็อก ปิดช่องทางการสื่อสารของกองทัพแดง
จ่อปิดเกมให้ได้ในระยะเวลาอันใกล้
ในจังหวะวัดดวงวัดใจ กองทัพแดงก็ไม่ได้หมอบ ยังปักหลักยึดเวทีแยกราชประสงค์และเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ พร้อมเกทับด้วยการประกาศระดมพล "แมตช์ปิดเกมรัฐบาลอภิสิทธิ์ชน" ตามฤกษ์ 9 โมงเช้า วันศุกร์ที่ 9 เมษายน
เดินหน้าล้มเดิมพัน "เกมแลกเลือด"
พร้อมแพลมๆไพ่ที่ยังถืออยู่ในมือ ยุทธการปลุกแนวร่วมกองทัพแดงตามหัวเมืองใหญ่ ในภาคอีสานกับภาคเหนือระดมพลไปจ่อล้อมศาลากลางจังหวัด
รอแลกหมัด ถ้ารัฐบาลสั่งสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ
โดยปรากฏการณ์แนวรบกองทัพแดงกระจายไปทั่วทุกหัวระแหง แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับ "แตงโมลูกใหญ่" ในกองทัพ ตามจังหวะที่คนนอกก็อ่านทางได้ ขุนทหารเน้นเต้นฟุตเวิร์ก ไม่รับมุกเกมสลายกองทัพแดงของรัฐบาล
ไม่มีใครอยากเอาตัวเข้าเสี่ยงเพื่อ "อภิสิทธิ์"
โยนโจทย์ร้อนๆกลับมาให้รัฐบาลแก้กันเอง
ตามรูปการณ์ก็เลยต้องเป็นพลเรือนเต็มขั้นอย่าง "เทพเทือก" ที่แบกหนังหน้าไฟออกมาเป็นแม่ทัพถือดาบลุยกับกองทัพแดง
ในสไตล์มวยบู๊ฮาร์ดคอร์ ไม่ต้องมีเชิง
ตามจังหวะพอดิบพอดีกับคิวที่โดนนายจตุพร พรหมพันธุ์ กับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแดง "สามเกลอ" แท็กทีมอำเรื่องลึกๆลับๆ แฉกันดังๆบนเวทีเสื้อแดง ออกอากาศแบบไม่มีเซ็นเซอร์
แฟมิลี่แมนผู้รักเมียยี่ห้อ "เทพเทือก" เลยยอมไม่ได้
โดยเงื่อนไขเร่งให้ "ถอดปลั๊ก" ทีวีคนเสื้อแดงให้เป็นจอดำ
แน่นอน ถ้าคำนึงถึงผลที่ตามมา ไม่ใช่แค่อารมณ์ดุเดือดเลือดพล่านของแนวร่วมคนเสื้อแดงที่โดนรัฐบาลเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน ลากโยงเทียบเคียงกับทีวีดาวเทียมของคนเสื้อเหลือง เข้าทางยุทธศาสตร์ปลุกอารมณ์เคียดแค้นชิงชัง
ตามสถานการณ์ยังเร้าประชาชนคนทางบ้านที่อยากเสพข้อมูลทั้งสองด้าน อึดอัดกับการใช้อำนาจรัฐปิดกั้นข่าวสาร
ออกมาติดตามสถานการณ์จริงบนถนน เพิ่มมวลชนให้ ม็อบแดงโดยอัตโนมัติ
โดยผลลัพธ์ที่ฝ่ายรัฐบาลเสี่ยงเสียมากกว่าได้
ถ้าเทียบกับเกมชิงมวลชนตามยุทธศาสตร์ที่เซียนการเมืองต่อสายวิเคราะห์กันในหมู่แกนนำตัวจริงพรรคร่วมรัฐบาล เอะใจทำไมเขี้ยวระดับประชาธิปัตย์ถึงคิดไม่ได้
แทนที่จะปิดพีทีวี ก็เบิ้ลด้วยการให้ช่องเอ็นบีทีของรัฐบาล ถ่ายทอดสดเวทีการชุมนุมของคนเสื้อแดงแบบปล่อยยาวโดยไม่มีการเซ็นเซอร์ โดยที่รัฐบาลก็จัดทีมเคลียร์กันแบบประเด็นต่อประเด็น
ให้คนทางบ้านได้เสพข้อมูลทั้งสองด้าน
วิเคราะห์เรื่องไหนจริงเรื่องไหนปลอม อะไรควรเชื่อ ไม่ควรเชื่อ
อย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์โชว์ลีลา "ตีกิน" แกนนำม็อบเสื้อแดงมาแล้วในการตั้งวงเจรจา ถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี 2 วันติด
เกมถนัดที่ประชาธิปัตย์พลาดไปแล้ว.
ทีมข่าวการเมือง
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวการเมือง
*************************************************
ตีไพ่ใบสุดท้าย ไม่เหลือแต้มในมือแล้ว
โดยเดิมพันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามในประกาศภาวะฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง คุมสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล มอบดาบให้ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง คุมเกมรบ
ทุ่มอำนาจรัฐที่มีอยู่ในมือ เกแบบหมดหน้าตัก
ส่งสัญญาณหักดิบด้วยปฏิบัติการ "ถอดปลั๊ก" พีทีวี "จอดำ" สนิท ในเวลา 10.30 น. ของวันที่ 8 เมษายน ซึ่งเป็นเวลาที่แกนนำคนเสื้อแดงจะขึ้นแถลงข่าวถึงทิศทางการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เวทีแยกราชประสงค์
"เทพเทือก" ไม่กลัวไฟ กลั้นใจสาดน้ำมันเจ็ทเข้ากองเพลิง
เช่นเดียวกับเว็บไซต์ประชาไท ฟ้าเดียวกัน นปช.ยูเอสเอ ของเครือข่ายคนเสื้อแดง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ก็ถูกบล็อก ไม่สามารถใช้งานได้
รัฐบาลเดินหน้าล็อก ปิดช่องทางการสื่อสารของกองทัพแดง
จ่อปิดเกมให้ได้ในระยะเวลาอันใกล้
ในจังหวะวัดดวงวัดใจ กองทัพแดงก็ไม่ได้หมอบ ยังปักหลักยึดเวทีแยกราชประสงค์และเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ พร้อมเกทับด้วยการประกาศระดมพล "แมตช์ปิดเกมรัฐบาลอภิสิทธิ์ชน" ตามฤกษ์ 9 โมงเช้า วันศุกร์ที่ 9 เมษายน
เดินหน้าล้มเดิมพัน "เกมแลกเลือด"
พร้อมแพลมๆไพ่ที่ยังถืออยู่ในมือ ยุทธการปลุกแนวร่วมกองทัพแดงตามหัวเมืองใหญ่ ในภาคอีสานกับภาคเหนือระดมพลไปจ่อล้อมศาลากลางจังหวัด
รอแลกหมัด ถ้ารัฐบาลสั่งสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ
โดยปรากฏการณ์แนวรบกองทัพแดงกระจายไปทั่วทุกหัวระแหง แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับ "แตงโมลูกใหญ่" ในกองทัพ ตามจังหวะที่คนนอกก็อ่านทางได้ ขุนทหารเน้นเต้นฟุตเวิร์ก ไม่รับมุกเกมสลายกองทัพแดงของรัฐบาล
ไม่มีใครอยากเอาตัวเข้าเสี่ยงเพื่อ "อภิสิทธิ์"
โยนโจทย์ร้อนๆกลับมาให้รัฐบาลแก้กันเอง
ตามรูปการณ์ก็เลยต้องเป็นพลเรือนเต็มขั้นอย่าง "เทพเทือก" ที่แบกหนังหน้าไฟออกมาเป็นแม่ทัพถือดาบลุยกับกองทัพแดง
ในสไตล์มวยบู๊ฮาร์ดคอร์ ไม่ต้องมีเชิง
ตามจังหวะพอดิบพอดีกับคิวที่โดนนายจตุพร พรหมพันธุ์ กับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแดง "สามเกลอ" แท็กทีมอำเรื่องลึกๆลับๆ แฉกันดังๆบนเวทีเสื้อแดง ออกอากาศแบบไม่มีเซ็นเซอร์
แฟมิลี่แมนผู้รักเมียยี่ห้อ "เทพเทือก" เลยยอมไม่ได้
โดยเงื่อนไขเร่งให้ "ถอดปลั๊ก" ทีวีคนเสื้อแดงให้เป็นจอดำ
แน่นอน ถ้าคำนึงถึงผลที่ตามมา ไม่ใช่แค่อารมณ์ดุเดือดเลือดพล่านของแนวร่วมคนเสื้อแดงที่โดนรัฐบาลเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน ลากโยงเทียบเคียงกับทีวีดาวเทียมของคนเสื้อเหลือง เข้าทางยุทธศาสตร์ปลุกอารมณ์เคียดแค้นชิงชัง
ตามสถานการณ์ยังเร้าประชาชนคนทางบ้านที่อยากเสพข้อมูลทั้งสองด้าน อึดอัดกับการใช้อำนาจรัฐปิดกั้นข่าวสาร
ออกมาติดตามสถานการณ์จริงบนถนน เพิ่มมวลชนให้ ม็อบแดงโดยอัตโนมัติ
โดยผลลัพธ์ที่ฝ่ายรัฐบาลเสี่ยงเสียมากกว่าได้
ถ้าเทียบกับเกมชิงมวลชนตามยุทธศาสตร์ที่เซียนการเมืองต่อสายวิเคราะห์กันในหมู่แกนนำตัวจริงพรรคร่วมรัฐบาล เอะใจทำไมเขี้ยวระดับประชาธิปัตย์ถึงคิดไม่ได้
แทนที่จะปิดพีทีวี ก็เบิ้ลด้วยการให้ช่องเอ็นบีทีของรัฐบาล ถ่ายทอดสดเวทีการชุมนุมของคนเสื้อแดงแบบปล่อยยาวโดยไม่มีการเซ็นเซอร์ โดยที่รัฐบาลก็จัดทีมเคลียร์กันแบบประเด็นต่อประเด็น
ให้คนทางบ้านได้เสพข้อมูลทั้งสองด้าน
วิเคราะห์เรื่องไหนจริงเรื่องไหนปลอม อะไรควรเชื่อ ไม่ควรเชื่อ
อย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์โชว์ลีลา "ตีกิน" แกนนำม็อบเสื้อแดงมาแล้วในการตั้งวงเจรจา ถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี 2 วันติด
เกมถนัดที่ประชาธิปัตย์พลาดไปแล้ว.
ทีมข่าวการเมือง
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวการเมือง
*************************************************
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)