--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

แดงราชประสงค์หวิดปะทะ ตร.-ทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถผู้ต้องขัง 5 คัน มาปิดล้อมหน้าโรงแรมโฟร์ซีซัน ทำให้กลุ่มเสื้อแดงไม่พอใจและนำแผงเหล็กมากั้นที่หลังรถผู้ต้องขัง ทำให้ตำรวจที่ดูแลพื้นที่อยู่ได้ตั้งแนวเพื่อไม่ไห้ผู้ชุมนุมเดินทางเข้าไป สุดท้ายกลุ่มเสื้อแดงไม่พอใจ และมีการผลักดันแผงเหล็กกันไปมา ซึ่งเสื้อแดงก็พยายามใช้แผงเหล็กดันไปที่ตำรวจ ขณะที่ตำรวจก็ดันกลับ ผ่านไปประมาณ 30 นาที สถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลาย และเกรงว่าจะลุกลามบานปลาย ทหารจึงเข้ามาดูแล และตำรวจก็เริ่มถอยร่นออกไป ขณะที่เสื้อแดงก็เริ่มขยับขยายพื้นที่ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายจิตวิทยา ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมแบบสันติ อย่าใช้กำลัง ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงก็ได้นำรถปราศรัยมาพูดแข่ง ทำให้สถานการณ์เริ่มตรึงเครียดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ที่มาคอยควบคุมสถานการณ์มีเพียงโล่ที่ใช้ในการผลักดัน โดยไม่มีอาวุธ ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ ก็ได้เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมเข้ามารวมตัวกันที่แยกราชประสงค์ให้มากที่สุด



ที่มา.เนชั่นทันข่าว
************************************************

เสื้อแดงยึดสันติวิธีสู้ แต่รัฐอภิสิทธิ์ใช้พรบ.มั่นคงข่มขู่คุกคาม

คนเสื้อแดงยืนหยัดต่อสู้อย่างสันติวิธี แต่รัฐอภิสิทธิ์ข่มขู่คุกคามที่มีพ.ร.บ.มั่นคงใช้เป็นเครื่องมือ จนถึงขณะนี้ท่าทีรัฐบาลค่อนมาทางไม่ยุบสภา

การต่อสู้ของคนเสื้อแดง คงมิใช่เพียง 20 กว่าวันในพื้นที่ใจกลางเมืองหลวงปัจจุบันเท่านั้น แต่คนเสื้อแดงได้เริ่มต้นการต่อสู้ ตั้งแต่ภายหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ท่ามกลางคนเสื้อแดงที่หลากหลายแต่มีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อ “ประชาธิปไตย” เพื่อโค่น “อำมาตยาธิปไตย”

การต่อสู้ของคนเสื้อแดง ภายใต้การนำของแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช) นั้นนอกจาก ประกอบด้วย สมาชิกนปช. พรรคเพื่อไทย แล้วยังประกอบด้วย ผู้มีหัวใจสีแดงอิสระจากพรรคเพื่อไทย เช่น สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท) กรรมกรแดงเพื่อประชาธิปไตย สมาคมชาวนา กลุ่มรถสิบล้อ เครือข่ายชาวนาต่างๆ คนชั้นกลางนักธุรกิจพระสงฆ์ที่รักชาติรักประชาธิปไตยและอีกมากมาย ที่ก่อตัวเป็น

คนเสื้อแดง ไพร่ผู้ทระนง ทวงถามถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ว่าคนเราเท่ากัน

ความหมายทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง นั้นเป็นการต่อสู้เพื่อสืบสานภารกิจเจตนารมณ์ของคณะราษฎร ที่ได้ผลิดอออกผลไว้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 โดยมีปรีดี พนมยงค์เป็นผู้นำคณะราษฎร เมื่อ 77 กว่าปี

แนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดง ประกาศก้องชัดเจนว่า สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ

เป็นการต่อสู้ด้วยสองมืออันว่างเปล่า เหมือนเฉกเช่นประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535

การต่อสู้ของคนเสื้อแดง เป็นการต่อสู้เพื่ออนาคตของสังคมไทย หาใช่เพียงปัจจุบันสมัยแต่อย่างใด

พวกเขาคนเสื้อแดง จึงยืนหยัดต่อสู้ แม้จะยาวนาน พร้อมเหน็ดเหนื่อย เผชิญกับความยากลำบาก อดทนกับอากาศที่ร้อนระอุ ถิ่นฐานที่หลายคนไม่คุ้นเคย ห้องน้ำที่ระบายทุกข์ส่วนตัวที่ไม่สะดวกสะบายนัก

แต่เพราะพวกเขามี “หัวใจสีแดง” หัวใจที่ร้อนรุ่ม เพื่อประชาธิปไตย เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของสังคมไทย

เขาจึงเลือกที่จะสู้

การเสียสละของคนเสื้อแดง จึงสมควรยกย่อง เป็นแบบอย่างให้สังคมไทย ใช่หรือไม่ ?

แม้พวกเขาไม่ได้มีหน้ามีตาเป็นคนเด่นดังในสังคม แม้พวกเขาส่วนใหญ่ยากจน แม้พวกเขาพูดภาษากรุงเทพฯไม่ชัดคำ แม้พวกเขาไม่ได้ใส่น้ำหอมในเนื้อตัว แม้พวกเขาผิวไม่ขาวโปร่ง แม้พวกเขาไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์

แต่ไพร่อย่างพวกเขาล้วนมีจิตใจกล้าสู้กล้าเสียสละ เฉกเช่น จิตใจที่กล้าหาญของ “ลุงนวมทอง ไพรวัลย์” แท็กซี่เพื่อประชาธิปไตย ผู้ซึ่งเสียสละแม้กระทั่งชีวิต ที่มิอาจมีชีวิตมีลมหายใจอยู่ได้ในสังคมที่ปกครองโดยเผด็จการอำมาตย์ทหารปัจจุบัน

และมีแต่คนไร้ซึ่งหัวใจประชาธิปไตยเท่านั้น ที่ปฏิเสธอำนาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชน

มีแต่คนรักชอบอำมาตย์ นิยมเผด็จการ ชื่นชมการแบ่งชั้นทางสังคมเท่านั้น ที่เมินเฉยและต่อต้านการต่อสู้ของคนเสื้อแดง

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์การเมืองไทยและทั่วโลกก็บ่งบอกให้รู้ว่า

เมื่อใดที่ประชาชนทำการต่อต้านต่อสู้กับรัฐและผู้ปกครอง เมื่อนั้นรัฐและผู้ปกครองย่อมมีวิธีการกลยุทธ์ คุกคาม ทำลาย และปราบปราม ด้วยเช่นกัน

รัฐอภิสิทธิ์ปัจจุบัน นอกจากมีสื่อมวลชนทั้งของรัฐ ของเอกชน และของสาธารณะ ที่ใช้กลยุทธการสื่อสารครอบงำผู้คนในสังคมเพื่อทำลายความชอบธรรมของคนเสื้อแดงแล้ว

รัฐอภิสิทธิ์ ยังได้หยิบกฎหมายความมั่นคงที่ออกสมัยรัฐบาลของคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาใช้เพื่อข่มขู่ คุกคาม ปราบปราม พร้อมบอกว่าจะประกาศพรก.ในภาวะฉุกเฉิน กฎอัยการศึกและได้ประกาศต่อสาธารณว่า คนเสื้อแดงทำผิดกฎหมาย ให้ข่าวใส่ร้ายว่าคนเสื้อแดงทำให้คนกรุงเทพฯเดือดร้อน ป้ายสีว่าสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างภาพลักษณ์ให้คนเสื้อแดง เป็นผู้ร้าย เป็นดั่งปีศาจเพื่อให้ทั้งคนเสื้อแดง และไม่แดง เกิดความกลัว

แต่สำหรับคนเสื้อแดงแล้ว เขาหาเป็นเช่นนั้นไม่

คนเสื้อแดง เขายังคงยืนหยัดต่อสู้ เพื่อความยุติธรรม เพื่อความใฝ่ฝันของพวกเขาอย่างสุดจิตสุดใจ

ด้วยแนวทาง “สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ” ตามสิทธิเสรีภาพของระบอบประชาธิปไตย

ขณะที่รัฐอภิสิทธิ์ ก็เปิดทางใช้ให้เครือข่ายอำมาตย์ เช่น กลุ่มคนเสื้อสีชมพู กลุ่ม 40 สมาชิกวุฒิสภา นักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย สภาหอการค้า และอื่นๆ ซึ่งเป็นอดีตเป็นคนเสื้อเหลือง ผู้มีจุดยืนเอารัฐประหาร นิยมอำมาตย์ ไม่เอาประชาธิปไตย ได้เรียงแถวเข้าพบ และยังได้ ใช้กลไกองค์กรที่ตนเองผ่านงบประมาณออกมา เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชน เครือข่ายพลเมืองคนกรุงเทพฯ องค์กรพัฒนาเอกชนบางคนบางส่วน และอื่นๆ

เพื่อแสดงบทบาทไม่ให้รัฐบาลยุบสภา ตามข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง ทั้งโดยตรงและซ่อนเงื่อน

ณ เวลานี้ นายอภิสิทธิ์ จึงค่อนมาทางไม่ยุบสภา แม้เคยเสนอว่าจะยุบภายใน 9 เดือนก็ตาม

ฤา สังคมไทย มิอาจหลีกเลี่ยง สงครามทางชนชั้นได้ ?

ระหว่างไพร่กับอำมาตย์ ระหว่างประชาธิปไตยกับอำมาตยาธิปไตย

วิญญูชนทั้งหลาย อย่าปล่อยให้รัฐอำมาตย์เหิมเกริมต่ออำนาจเพื่อขจัดคนเสื้อแดง

จงร่วมแรงร่วมใจร่วมสนับสนุน การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงกันเถิด

เพราะประชาธิปไตย คืออนาคตของสังคมไทย


ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
*************************************************

ลุยแล้วใครออกหน้า?

อภิสิทธิ์

แจกปุ๊บฉีกปั๊บต่อหน้าต่อตาตำรวจ

ในอารมณ์ที่ม็อบคนเสื้อแดงโชว์ให้เห็นเลยว่า ไม่ได้อนาทรร้อนใจไปกับคำสั่งเข้มๆที่ลงนามโดย "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ออกประกาศฉบับที่ 5 และ 6 ของ ศอ.รส.

บังคับให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่แยกราชประสงค์ และห้ามกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวเข้าไปป้วนเปี้ยนบนถนน 11 สาย

ยั่ว ท้าทายกันในที

ในจังหวะที่แกนนำคนเสื้อแดงประกาศย้ำการชุมนุมแบบสันติ อหิงสา แต่โดยกระบวนท่าการเคลื่อนไหว จับเอาความเดือดร้อนของคนกรุงเป็นตัวประกัน

เพิ่มระดับการกดดันขั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ

เช่นเดียวกันกับลีลาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่บทหนึ่งก็ท่องคาถา จะพยายามอดทนให้ถึงที่สุดในการดำเนินการตามขั้นตอนกับคนเสื้อแดงอย่างนุ่มนวล

แต่อีกนัยที่แฝงไว้ก็ด้วยคำกล่าวอ้าง มีกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนมากที่ยุรัฐบาลกดดันให้ จัดการขั้นเด็ดขาดกับกองทัพคนเสื้อแดง

นัยว่าปูทางความชอบธรรม ถ้าจำเป็นต้อง "ทุบ"

ในยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายรัฐบาลเหนือกว่าด้วยเกมบล็อกแนวร่วมเล่นเป็นแพ็กเกจ ตามจังหวะโผล่ออกมาโวยของทีมสภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯ

ด่าม็อบแดงทำเศรษฐกิจเสียหาย

ส่งมุกรับไม้กับสมาชิกวุฒิสภาสายม็อบพันธมิตรฯ นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา ไล่บี้กดดันให้รัฐบาลเร่งจัดการขั้นเด็ดขาดกับม็อบแดงที่ยกระดับการชุมนุม

ฐานทำให้ประเทศบรรลัยวายป่วง

โหมกระแสคนกรุงทนไม่ไหว ชิงชังม็อบเสื้อแดงที่สร้างความเดือดร้อน โดยเงื่อนไขไฟต์บังคับต้องจัดการสลาย

ก่อนที่รัฐบาล "อภิสิทธิ์ชน" จะโดนคนเมืองหลวงอัปเปหิซะเอง

ฉากสลายกองทัพแดงเขียนบทไว้พร้อม รอแค่สั่งเดินกล้อง

แต่รูปการณ์มาถึงจุดวัดใจ "ใครลงมือก่อนแพ้" โดยยุทธศาสตร์ "ย้อนศร" แกนนำกองทัพแดงยึดเอาบรรทัดฐานเดียวกับแกนนำม็อบพันธมิตรฯ เมื่อคราวบุกยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน ในการเปิดเกมสู้กับฝ่ายถืออำนาจรัฐที่ยื่นขออำนาจศาลในการสั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่แยกราชประสงค์

ตีปี๊บดักคอ ขอเป็นมาตรฐานเดียวกัน

และที่สุดศาลแพ่งได้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยชี้ว่า กอ.รมน.มีอำนาจในการดูแลรักษาความสงบอยู่แล้ว

ที่แน่ๆ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ "สามเกลอ" ประกาศแผนล่วงหน้า หากมีการควบคุมตัวแกนนำชุดแรก แกนนำชุดที่ 2 จะปฏิบัติหน้าที่แทน จนถึงที่ชุด 3 ถ้ายังโดนรวบ คนเสื้อแดงจะกลายเป็นกองทัพเสรีโดยทันที

ขู่กันกรายๆ สงครามมุดลงใต้ดิน

กองทัพแดงไม่กลัว เล่นบท "ยั่วให้ทุบ"

โจทย์ก็กลับมาตกอยู่ที่นายกฯอภิสิทธิ์ ถึงเวลาต้องลุยจริงๆ ใครจะออกหน้า

ไม่ต้องพูดถึงคิวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกจัดให้เป็นด่านแรกในการชนกับกองทัพเสื้อแดง โดยตัวอย่างสยองๆจากกรณีการสลายม็อบเสื้อเหลืองในเหตุการณ์ "7 ตุลา" แล้วโดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สั่งลงดาบเชือดเลือดสาด

ตายทั้งเป็นไปตามๆกัน

ถึงคิวนี้ตำรวจเองก็คงเลือกโดนด่า "ใส่เกียร์ว่าง" กับคนเสื้อแดง ดีกว่าเสี่ยงไปเผชิญชะตากรรมยามที่เกมอำนาจเปลี่ยนมือ

หันไปมองกองทัพที่ว่าขึงขังๆ แต่จับอารมณ์ที่ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ออกตัวแล้วว่า ทหารแค่ดูแลความสงบเรียบร้อย

จะไม่ทำร้ายประชาชนเด็ดขาด

เล็งไปที่ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. ที่ถือแต้มว่าที่จ่าฝูงกองทัพบกคนใหม่ โดยอาศัยตั๋วของฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย ถ้าจะเร่งเกมไล่ที่ "พี่ป๊อก" ฉวยจังหวะปราบกองทัพเสื้อแดง เพื่อประกันความชัวร์ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ก็ทำได้เลย

แต่ก็ยังกั๊กจังหวะ ไม่บุ่มบ่ามเอาตัวเข้าเสี่ยงเพื่อ "อภิสิทธิ์"

ตามเกมที่อ่านกันได้ ในเมื่อ "ฝ่ายคุมเกมอำนาจตัวจริง" ยังมีไพ่เล่นอีกหลายใบ ถึงที่สุดถ้ามวยอย่าง "อภิสิทธิ์" ไปไม่ไหว บอบช้ำเกินกว่าจะปั้นต่อ ก็เปลี่ยนมวยตัวใหม่

ทำไมจะต้องทุ่มเดิมพัน "แทงเต็ง".


ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ไทยรัฐออนไลน์
**************************************************

ทิ้งไพ่"เหลือง"

"การเจรจาต้องเปิดกว้างไม่เฉพาะผู้ชุมนุม ต้องเกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดง"

นายกฯอภิสิทธิ์ทิ้งไพ่ใบใหม่ หลังม็อบแดงรุกใหญ่บุกยึดแยกราชประสงค์

ย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ

ไม่ต้องถึง 3 วันตามที่ประกาศชุมนุม แค่ชั่วโมงเดียวห้างใหญ่ๆ โรงแรมหรูๆ แหล่งช็อปปิ้งดังๆ ก็สลบแล้ว

ที่สำคัญยังกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ และการใช้ชีวิตของคนจำนวนมาก

ม็อบได้กดดันหนักๆ ก็จริง แต่ต้องระวังกระแสตีกลับไว้ด้วย

ขณะที่ฝ่ายรัฐถ้าแก้ไม่ได้ จบไม่ลง ก็ต้องพิจารณาตัวเองเช่นกัน

เพราะไม่ว่าม็อบจะถูก ผิด ดี ไม่ดีอย่างไร เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการให้ได้

ส่วนการดึง "เหลือง" มาอยู่ในเงื่อนไขใหม่ด้วยนั้น

คิดดีแล้วหรือ?

ลำพังเป็นคู่กรณีกับแดงสีเดียวยังเหนื่อยแทบแย่

ลากสีอื่นมาเพิ่มปัญหา เพิ่มขัดแย้ง เพิ่มแตกแยก อีกทำไม

ระวังจะเป็นเงื่อนไขให้แดงใช้ย้อนศรโดยไม่ต้องออก แรง

ถึงขั้นจบเกมได้ง่ายๆ!

ถ้าถามว่าทำไม?

คำตอบ "เหลือง" คือจุดอ่อนอันดับต้นๆ ของอภิสิทธิ์ รัฐบาล และกระบวนการยุติธรรม

"2 มาตรฐาน"

"มีเส้น-ไม่มีเส้น"

"อำมาตย์-ไพร่"

ที่โดนถล่มโจมตีแก้ตัวไม่ออกเวลานี้ ล้วนมีต้นทางจาก "เหลือง" ทั้งนั้น!

อะไรที่อภิสิทธิ์ รัฐบาล กองทัพ นักวิชาการบางกลุ่ม นักธุรกิจบางก๊วน ส.ว.บางแก๊ง ถล่มโจมตีเวลานี้

"เหลือง" ประพฤติปฏิบัติมาก่อนเกือบทุกเรื่อง

หลายเรื่องเสียหาย ผิดกฎหมาย มากกว่าหลายเท่า!!

หัวหน้า "เหลือง" หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยังลอย นวล

แต่แดงติดคุก 18 ปี

"เหลือง" ยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน ยังสุขสบาย อาหารดี ดนตรีไพเราะ

แดงปิดถนน โดนขู่ติดคุก

ตอน "เหลือง" อาละวาด ผบ.เหล่าทัพบอกการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

พอแดงชุมนุม ผบ.คนเดิมระดมทั้งกองทัพมารับใช้การเมือง

ไม่นับด๊อกเตอร์ นายแพทย์ ข้าราชการในและนอกราชการจำนวนหนึ่ง

แปลงร่างเป็น "ชมพู" ดึงสถาบันลงมาผสมโรง??

ตอกย้ำศักดินา ชนชั้น หนักกว่าเก่า!!

ดูแค่หนังตัวอย่างก็มองเห็นตอนจบ

นายกฯทิ้ง "เหลือง" ลงมาเล่น

ระวังจะเป็นไพ่ใบสุดท้าย!?


ที่มา.ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์. เหล็กใน
***************************************************

ตั้งกรรมการสอบ ทหารแตงโม ขึ้นเวทีเสื้อแดง

ทบ.ตั้งกรรมการสอบสวน"3 ทหารแตงโม"ขึ้นเวทีเสื้อแดง-สายลับกลาง ศอ.รส. ประกาศเตือนทั่วระวังทหารปลอม ยศพันโท สังกัดรบพิเศษแอบมั่วเข้า ศอ.รส. สั่งย้าย ทส."พฤณฑ์"เพื่อน ซี้"แม้ว"ออกนอกหน่วยไปอยู่ราชบุรี ฐานขึ้นเวที"เสื้อแดง"....

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.แหล่งข่าวระดับสูง ทบ. เผยว่า กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ทหารชั้นนายพันซึ่งเป็น นายทหารฝ่ายเสนาธิการ บก.ทท. หลังจากที่ ถูกต้องสงสัยว่า เป็นผู้นำข้อมูลในที่ประชุม ศอ.รส.ใน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) ไปมอบให้แกนนำเสื้อแดง เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯในฐานะ ผอ.ศอ.รส. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ.ซึ่งที่ประชุม ศอ.รส.ได้เพ่งเล็งและจับตา นายทหารระดับ ฝ่ายเสนาธิการ คนนี้มานาน และมั่นใจในข้อมูล เพราะที่ผ่านมา แกนนำ นปช.มักอ้างเสมอว่า มีทหารแตงโม นำข้อมูลในที่ประชุม ศอ.รส. มาแจ้งให้ทราบทุกครั้งที่เสร็จสิ้นการประชุม ก็มีข้อมูลมาปราศรัยบนเวทีได้ทันที

นอกจากนี้ กองทัพภาค 1 ยังมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ทหารยศพันตรี หลังจากที่ ไปขึ้นเวทีเสื้อแดงของ นปช.และ ไปสนับสนุนอยู่หลังเวทีโดย พันตรี คนนี้ มีความสนิทสนมกับ นายทหาร ยศพลโท แกนนำ เตรียมทหาร 10 เพื่อนร่วมรุ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ พันตรี คนดังกล่าว ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า เป็นคนหน้าเหมือนแต่ก็ถูกโยกย้ายจากกองทัพภาคที่ 1 ไปอยู่ ในจังหวัดทหารบกราชบุรี ต่อมาได้รับการเปิดเผยว่านายทหารคนดังกล่าว เคยเป็น นายทหารคนสนิท (ทส.)พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต อดีตผบ.พล.1 รอ. เพื่อนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ กองทัพภาค 1 โดยกองบัญชาการช่วยรบที่ 1 ยังตั้งคณะกรรมการสอบสวน ทหารยศ “สิบเอก” ที่อยู่ในสังกัด กองบัญชาการช่วยรบที่ 1(บชร.1) เนื่องจาก ไปขึ้นเวทีปราศรัยของเสื้อแดง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อแฉเรื่องทุจริตในหน่วยงานโดยเฉพาะการมุ่งโจมตีกองทุจรติของ ผู้บังคังบัญชา ยศพลตรี ในหน่วยนี้ด้วย

นอกจากนี้ ศอ.รส. ได้มีการติดภาพถ่าย ของ ทหารยศพันโท คนหนึ่ง โดยระบุวา เป็นบุคคลห้ามเข้า เนื่องจาก เป็นทหารปลอม แต่มักอ้างว่า เป็นพันโท อยู่กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา (พันปจว.) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) จ.ลพบุรีโดยอ้างว่า พันโท คนนี้เคยเข้ามาประชุมที่ ศอ.รส. ใน ร.11รอ. นี้มาแล้ว.

ที่มา.พิทักษ์ไทย
***************************************************

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

ส.ส.ปชป.ชี้ม็อบอยู่นานส่งผลต่อฐานเสียง "สุเทพ"แจงหากสลายต้องเนียน คาดรอหลัง7เม.ย.

แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 เมษายน ว่า ในการประชุม ส.ส.กทม.ปชป. วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 3 เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมคนเสื้อแดง ที่ปิดแยกราชประสงค์ โดยที่ประชุมรู้สึกกังวลว่าหากปล่อยให้ผู้ชุมนุมปิดแยกดังกล่าวเป็นเวลานาน โดยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อาจกระทบกับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่ที่ประชุมก็รับทราบว่าการแก้ปัญหาต้องใช้เวลา เพราะก่อนหน้านี้มี ส.ส.กทม.บางส่วนเสนอให้รัฐบาลสลายการชุมนุม แต่นายสุเทพ ในฐานะ ผอ.ศอ.รส.ชี้แจงว่า การปฏิบัติงานใดๆ ต้องยึดหลัก 4 อย่าง ต้องทำให้เนียน กล้องต้องมี ทุกอย่างต้องเคลียร์ และต้องไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว เพราะหากมีผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมือที่สามหรือใครทำก็ตาม รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้


"สำหรับวิธีการทำให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน จะต้องทำตามขั้นตอน 5-6 ขั้นตอน เริ่มจากใช้คำสั่งศาลไล่ที่ ตามด้วยการปิดให้ผู้ชุมนุมออกได้แต่กลับเข้ามาไม่ได้ ให้ทหารตำรวจขยับบีบพื้นที่ไปเรื่อยๆ หากผู้ชุมนุมยังอยู่อาจใช้การฉีดน้ำ และท้ายสุดคือใช้แก๊สน้ำตา ทั้งนี้ หากจำเป็นจริงๆ ถึงจะจับตัวแกนนำ โดยกระบวนการต่างๆ จะต้องทำหลัง วันที่ 7 เมษายน เพราะต้องให้เลยการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง และวันจักรีไปก่อน โดยขณะนี้อาจใช้วิธีการจิตวิทยา เช่น บอกว่าจะมีการสลายชุมนุมบ่อยๆ เพื่อให้ผู้ชุมนุมตึงเครียดและเกิดความอ่อนล้า รวมถึงการให้ข่าวว่า ขณะที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่กินนอนบนท้องถนน แกนนำ นปช.กลับไปนอนในโรงแรมเอราวัณ เพื่อให้ผู้ชุมนุมรู้สึกว่าถูกแกนนำเอาเปรียบ จนยอมเดินทางกลับบ้าน" แหล่งข่าวกล่าว

ที่มา.มติชนออนไลน์
**************************************************

"ณัฐวุฒิ" ยันพรุ่งนี้แดงเคลื่อนแน่

เมื่อเวลา 22.15 น. ที่เวทีราชประสงค์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศอ.รส.ชี้แจงผลการพิพากษาของศาลแพ่งว่า ศอ.รส. ใช้อำนาจในการสลายการกลุ่มผู้ชุมนุมและจับกุมแกนนำ ว่า ยืนยันว่าเราใช้สิทธิการชุมนุมที่ถูกต้องตามกฎหมายสงบสันติ หากศอ.รส.จะเข้ามาจับกุม เราก็พร้อมให้จับ แต่ทุกวันนี้มีแต่คนลุแก่อำนาจ มีแต่คนพูด และจะใช้อำนาจที่มีอยู่เข้าข่มขู่ประชาชน เพราะวันนี้ประชาชน ที่ใช้สิทธิ์เสรีภาพเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ตนขอบอกว่าไม่มีใครใหญ่เกินใคร หากคุณคิดว่ามีอำนาจก็เข้ามาสลายการชุมนุมได้ทันที และหากทหารคิดว่ามีอำนาจมากกว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็เข้าสลายการชุมนุมได้ทันทีเช่นกัน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าสิทธิ์เสรีภาพของประชาชนน่าจะมีอำนาจเหนืออำนาจของกองทัพ เพราะขณะนี้มีประชาชนออกมาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา และให้กองทัพเลิกสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังของรัฐบาลชุดนี้

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ศอ.รส.จะสกัดกั้นการเคลื่อนขบวน นปช. ตนขอยืนยันว่า เราจะเคลื่อนขบวนไปตามแผนที่เราได้กำหนดไว้ เพราะเราเชื่อว่า การเคลื่อนขบวนครั้งนี้ เราไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ์ใคร เราทำเพราะเราเป็นประชาชนของประเทศ เราจึงมีสิทธิ์ที่จะใช้ถนนเช่นเดียวกับพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ และยืนยันว่า แกนนำทุกคนจะร่วมเคลื่อนขบวนในวันพรุ่งนี้ หากเจ้าหน้าที่จะแหวกประชาชนเราก็พร้อมให้จับกุม

ที่มา.เนชั่นทันข่าว
***************************************************

ไทม์ชี้ ไทยแสดงออกการเมืองผ่านสีเสื้อและยึดแน่นกว่าชาติอื่น

เว็บไซท์นิตยสารไทม์ รายงานว่า ในประเทศไทย ผู้คนแสดงออกทางการเมืองผ่านทางสีเสื้อ ขณะที่การเมืองเป็นอัมพาตเพราะการเผชิญหน้ากันระหว่างสองฝ่ายมานานหลายปี ซึ่งคือคนเสื้อแดงที่สนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกโค่นอำนาจโดยการรัฐประหารเมื่อปี 2549 และต่อมาถูกพิพากษาว่าใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม กลุ่มคนเสื้อแดงที่อ้างมีจำนวนนับแสนคน และส่วนใหญ่เกณฑ์มาจากพื้นที่ชนบท ได้เริ่มหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ โดยรถบัส รถปิ๊คอัพ เรือ และพาหนะอื่นๆ เพื่อบีบให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งใหม่ ที่พวกเขาอ้างว่าเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน ขณะที่เมื่อปี 2551 กลุ่มคนเสื้อเหลืองได้บุกยึดทำเนียบรัฐบาลนานถึง 3 เดือน ก่อนไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองนาน 1 สัปดาห์ นำมาซึ่งหายนะต่อภาคอุตสาหกกรรมการท่องเที่ยว อันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พอรัฐบาลชุดปัจจุบันก้าวขึ้นสู่อำนาจ พวกเสื้อแดงก็ขัดขวางการประชุมสุดยอดที่พัทยา ทำให้ต้องอพยพฉุกเฉินผู้นำชาติต่างๆ ทางอากาศ ตามด้วยการประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล และการประท้วงที่ก่อให้เกิดเหตุรุนแรงทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

การปฏิวัติที่ใช้สีเป็นสัญลักษณ์ เช่น กรณีสีส้มในยูเครน พิสูจน์ให้เห็นว่า ไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีการเมืองแบบผสม หรือใช้สีเป็นสัญลักษณ์ แต่ก็ไม่มีประเทศไหนคร่ำเคร่งเอาจริงเอาจังแบบไทย เช่น สหรัฐ พรรคเดโมแครตใช้สีน้ำเงินเป็นตัวแทน แต่ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ยังผูกเน็คไทสีแดงในวันทำพิธีสาบานตน หรืออดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ผูกเน็คไทสีน้ำเงินในวันสาบานตนของโอบาม่า

ที่จริงเรื่องการใช้สีนั้น ยังมีนอกเหนือจากเรื่องการเมือง เช่น คนเกิดวันพุธ ก็มักจะเลือกสีเขียวเป็นสีนำโชค วันเสาร์เลือกสีม่วง เมื่อสีเหลืองกับสีแดง กลายเป็นสีที่ขัดแย้งทางการเมืองไปแล้ว

ดังนั้น สีที่น่าจะปลอดภัยต่อการสวมใส่ทุกวันนี้ อาจจะเป็นสีชมพู เนื่องจากแม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงประสูติที่รัฐแมทซาจูเสทส์ ในวันจันทร์ แต่เวลาที่คาบเกี่ยวก็เท่ากับว่า พระองค์ทรงประสูติวันอังคารตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งตรงกับสีชมพู อันเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล


ที่มา.เนชั่นทันข่าว
**********************************************

ประชาธิปไตยคือปลายทาง

มาเถิดไพร่
อำนาจอธิปไตยจักได้เห็น
เปลี่ยนชีวิตที่ชอกช้ำแสนลำเค็ญ
ไพร่จักเป็นเสรีชนคนเท่ากัน

มาเถิดไพร่
สู้ด้วยจิตด้วยใจที่หมายมั่น
จะรังแกกันต่อไปไม่มีวัน
ไพร่ต้องฝ่าถึงฝั่งฝันอันเสรี

มาเถิดไพร่
รวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ในวันนี้
มาร่วมกันเรียกร้องสิทธิที่เรามี
เลือดเราสีเดียวกันเนิ่นนานมา

มาเถิดไพร่
มาทวงถามความเป็นไทให้ก้องฟ้า
ปลดปล่อยความเป็นทาสอมาตยา
สร้างศรัทธาว่าเสรีนั้นมีจริง

มาเถิดไพร่
มาร่วมใจอย่าละเลยอยู่เฉยนิ่ง
อำนาจเขาแหนหวงต้องช่วงชิง
อย่าหวังพิงพึ่งพาในฟ้าดิน

มาเถิดไพร่
สร้างประชาธิปไตยใช่ลมลิ้น
สิ่งศักดิ์สิทธิใดๆไม่ยลยิน
ก็อย่าสิ้นความหวังความตั้งใจ

มาเถิดไพร่
มาหลอมรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่
แม้นลำบากยากแสนสักเพียงใด
ก็ขอให้แน่นหนักอีกสักครา

มาเถิดไพร่
อนาคตของไทยในวันหน้า
ต้องสูญสิ้นข้าทาสอมาตยา
ถึงเวลา.....ไพร่ฟ้าธิปไตย

.........................................

แดงหน้ากกต.สลายแล้ว ประกาศชัยชนะ นัดเจอ20เม.ย

เมื่อเวลา 15.11 น.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ประกาศกับผู้ชุมนุมเสื้อแดง ว่า ได้เจรจากับผู้ใหญ่ ของ กกต. ให้รับทราบถึงความต้องการของคนเสื้อแดงว่าคดีเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ จะสอบสวนแล้วเสร็จเมื่อใด ทั้งนี้ผู้ใหญ่ ใน กกต.ชี้แจงว่า มีการตั้งคณะกรรมการ พิจารณาสำนวนจะเสร็จในวันที่ 30 เม.ย. แต่ตนแจ้งให้ทราบว่า คนเสื้อแดง อยากให้พิจารณาเสร็จสิ้นโดยเร็ว กกต. ถึงรับปากว่า สำนวนจะแล้วเสร็จในวันที่ 20 เม.ย. ทั้งที่ความจริงอยากให้เสร็จเร็วกว่านั้น แต่เดือนนี้มีวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ถึง 1 สัปดาห์ เร็วที่สุดคือวันที่ 20 เม.ย.

ซึ่งสร้างความดีใจให้กับผู้ชุมนุม ต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ จากนั้น นายอริสมันต์ ประกาศสลายการชุมนุมแยกย้ายกลับสะพานผ่านฟ้า และสี่แยกราชประสงค์ พร้อมนัดหมายให้คนเสื้อแดงมารวมตัวที่หน้า กกต.อีกครั้งในวันที่ 20 เม.ย. เพื่อร่วมรับฟังว่า กกต.จะตัดสินให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ หรือไม่ และถ้าไม่ยุบ เราก็จะตามไปยุบชีวิตกกต.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังผู้ชุมนุมสลายการชุมนุมหน้าสำนักงาน กกต.ปรากฎว่า พื้นที่ด้านหน้าเต็มไปด้วยขยะ ต้นไม้ประดับบริเวณด้านหน้าและด้านข้างกกต.โดนเหยีบเละ



ที่มา.เนชั่นทันข่าว
**************************************************

เหตุใดเสื้อแดงจึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว

คำว่า “อย่ามาร์คดีกว่า” กลายเป็นศัพท์ฮิตทางการเมืองที่เข้าใจได้ว่า “อย่าตลบตะแลงดีกว่า” อันเกิดจากการพยายามแก้ตัวมากกว่าแก้ปัญหาชาติของอภิสิทธิ์ในการเจรจากับแกนนำเสื้อแดงที่ผ่านมา จะโรดแม็บหรือจะอะไรก็ตาม สรุปอภิสิทธิ์เป็นนายกที่ดีแต่พูดแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะได้เป็นนายกจากการจัดตั้งในค่ายทหาร ไม่สามารถสั่งการพรรคร่วมได้ ถูกข้าราชการทหารเลวตบทรัพย์ซ้ำซาก ล่าสุดซื้อเครื่องบินเฮลิคอร์ปเตอร์อีก2,000ล้านบาท ไม่รวมจะเตรียมทำงบผูกพันธ์ทางการทหารเป็นเวลา9ปีผลาญเงินนับพันนับหมื่นล้าน แทนที่จะจัดหาเครื่องอุปกรณ์ลงไปช่วยทหารชั้นผู้น้อย3จว.ชายแดนใต้ นี่แหละฉายานายกหุ่นเชิด หรือหล่อหลักลอย โกงกินงบประมาณแผ่นดินมโหฬาร ถูกจับได้คาหนังคาเขาไม่ว่าจะเป็นกอร์ปศักดิ์ไทยเข้มแข็ง การบริหารงานที่ล้มเหลว เก่งแต่กู้กับแจก ใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน เกียร์ว่างคดีพธม.ยึดสนามบิน,ทำเนียบ,เอ็นบีที ปลากระป๋องเน่า ยาในกระทรวงสาธารณสุข คดี258ล้านยุบพรรคปชป. ต่างๆเหล่านี้ได้ทำให้รัฐบาลอำมาตย์ถูกไล่ล่ากลายเป็นรัฐบาลเป็ดง่อยที่ไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติตามภูมิลำเนานอกกรุงเทพได้ นับตั้งแต่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีมา มาร์คม.7เป็นนายกที่หลอกตัวเอง และไม่ยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือวิกฤตของชาติในระยะโคม่า อภิสิทธิ์นายกหนีทหารที่ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลย นอกจากรอฟังคำสั่งของอำมาตย์และลิ้มโกเต็กซ์เท่านั้น ต้องลักษณะเป็น “ทุรชน” อย่างแท้จริง และหากสั่งฆ่าปชช.รอบนี้อีกก็จะพัฒนากลายเป็น “ทรราชย์” ในที่สุด ดังตัวอย่างการถูกนำตัวขึ้นสู่ศาลโลก กรณีพลพรตอดีตผู้นำเขมร และนายบาชีร์อดีตปธน.ซูดานในอดีต

ตามที่ได้มีคลิปล่าสุดของจีนในการเข้าปราบปรามเสื้อแดงเมื่อสงกรานต์เลือดและเสียงพูดไทยไม่ชัดของทหารนายหนึ่งซึ่งเคยลือกันว่าขนมาจากริมชายแดนบางส่วนจึงพูดภาษาไทยไม่ได้เมื่อถามไปจึงเป็นเตมีใบ้นับเป็นความชั่วร้ายของคนชื่อประยุทธ์ที่หยามกองทัพเอาทหารนอกรีดเข้ามาร่วมวงอันถือเป็นการทำลายเกียรติยศของทหารชาตินักรบ และเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แฉให้เห็นว่าทหารใช้กระสุนจริงสังหารปชช.โดยเฉพาะบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง โดยก่อนหน้านั้นได้มีการตั้งวอร์รูมโดยมีประยุทธ์และอภิสิทธิ์เป็นแม่งาน ทำให้มีคลิปเสียงอภิสิทธิ์สั่งฆ่าปชช.ออกเผยแพร่ในเวลาต่อมา ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานและอภิสิทธิ์ยอมรับว่าเป็นเสียงตนเองจริง ซึ่งคลื่นเสียงแม้จะขาดตอนเป็นช่วงเพราะผู้ที่นำออกมาได้ตัดบางส่วนออกไป ได้ทำให้อภิสิทธืไม่กล้าสั่งฟ้องจตุพรซึ่งเป็นผู้กล่าวหา เพราะเป็นความจริงล้วนๆ ภาพของอภิสิทธิ์ที่นั่งรับข้อความระหว่างการสนทนากับแกนนำเสื้อแดง ภาพของการแสดงอารมณ์โมโหและคอยแก้ตัวอย่างเสียมารยาท รวมทั้งยิ้มเยาะเย้ยเหมือนกับว่าตนเองนั้นเหนือกว่าในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีถึงความเป็นเด็กชายมาร์คคนนี้ มาร์คคงไม่รู้หรอกว่า คนที่เป็นกำแพงให้มาร์คนั้น หักหลังคนเอาตัวรอดมานักต่อนักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนางเฒ่า หรือเจ๊นี ตีสองหน้าเจ้าของม็อปเหลือง กลัวโดนแฉเรื่องอุ้มฆ่าทูต ซาอุ จะเป็นแรงบีบให้มาร์คจำต้องทบทวนเรื่องการยุบสภาภายในระยะอันใกล้ในอีกทางหนึ่ง หาไม่อาจต้องตกเป็นแพะรับบาปนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัวและวงศ์ตระกูลยังไม่รู้ตัวอีกมาร์คเอ๋ยว่ากำลังถูกคนทรยศเจ้าเล่ห์หลอกใช้งานอยู่

การเรียกร้องของคนเสื้อแดงให้มีการยุบสภานั้น นับว่าเป็นสุภาพบุรุษและรอมชอมที่สุดแล้ว ทั้งยังเสนอให้ทำสัตยาบันเลิกแล้วต่อกันแถมให้อีก มาร์คยังไม่นำพา รู้ได้งัยว่าพท.จะชนะการเลือกตั้ง ในเมื่อเป็นเพียงการคาดเดา รัฐบาลได้เปรียบทุกประตูเพราะเป็นฝ่ายกุมสภาพ เหตุใดจึงกลัวเงาของคนเสื้อแดงตีตนไปก่อนไข้เล่า จะกลัวไปใยกับคำว่าพ่ายแพ้หากต้องแพ้ คืนทุนไปแล้ว อายุก็ยังน้อย โอกาสยังมีอีกมาก คืนอำนาจให้ปชช.มิเท่ากับชนะด้วยกันทั้งสามฝ่ายหรือ ปชช.ชนะ อภิสิทธิ์หากแพ้ก็ยังชนะใจกรรมการในเวทีทางการเมือง เสื้อแดงชนะ ก็หมดเงื่อนไขแยกย้ายกันกลับบ้าน จบด้วยความแฮปปี้เอนดิ้งไม่ชอบหรือ แต่เคยคิดเผื่อบ้างหรือไม่ว่า หากยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ปชป.เกิดพลิกชนะขึ้นมาอะไรจะเกิดขึ้น ความสง่างาม ความมีเกียรติ และสามารถพูดได้เต็มปากว่าตัวข้ามาจากปชต.ที่พี่น้องทั้งชาติให้ฉันทานุมัตร อยากขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ ต้องกล้าคิดใหญ่ รู้แพ้รู้ชนะ บ้านเมืองจึงจะสงบสุข เสื้อแดงทุกคนเขาก็บอกแล้วถ้าปชป.ชนะก็เอาไปเลย เขาจะยอมรับผลการเลือกตั้งโดยดุษฎี ไปเชื่ออะไรกับคนแก่หลงอำนาจไม่รู้จักตัวเองอย่างนางเฒ่า และคนที่หมดประโยชน์บ้ากามชอบแบล็คเมล์ลคนอย่างลิ้มโกเต็กซ์ที่บูชาเงินเป็นพระเจ้าโดยไม่คำนึงถึงวิธิการ จึงมักทำแต่เรื่องที่สกปรกโสมม ลักลอบเป็นขู้กับเมียสุรเกียรติอวดอ้างเป็นราชบุตรเขย เอาผ้าอนามัยเปื้อนประจำเดือนไปตรึงร.5สร้างความเจ็บแค้นให้แก่ทหารนักรบเป็นอย่างมาก ออกมาพระปะน้ำมนต์ให้เหล่าสาวก จงรีบถอยซะก่อนที่จะหมดโอกาศน๊ะมาร์คน๊ะ อันนี้พูดกันด้วยเหตุและผล ทำใจให้เป็นกลาง ตั้งสติ แล้วลองหลับตาคิดดูอีกที จะดื้อไปทำไมในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของชั่วคราว เป็นหัวโขน หากมิสามารถครองใจปชช.แล้วจะบริหารประเทศให้เดินหน้าไปได้อย่างไร

บูรพาพยัคฆ์คอสเมติกเก่งแต่กับปชช. กำลังถูกทหารเรือและตำรวจเขม่นที่ประยุทธ์ไปก้มหัวให้เทพเทือกราวกับตนเองเป็นผบ.ทางการทหารเสียเอง ทหารชั้นผู้น้อยพากันลาออกเพราะสุดทนที่ถูกสั่งให้ออกมาทำร้ายปชช. เจ้าหน้าก.ต่างประเทศลาออกยอมตกงานเพราะไม่สามารถทนเห็นพฤติกรรมของกษิตผู้ก่อการร้ายสากลที่ไล่ล่าทักษิณจนผิดธรรมเนียมปฎิบัติทางการทูตระหว่างประเทศ จนสวีเดน รัสเซีย มอนตราริโก และอื่นๆ ออกมาบอกว่าเป็นเสรีภาพในการพูดคุยของทักษิณที่สามารถทำได้ จรัลพันบาทบอกให้รับๆกันไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง โกงบัตรจนชนะผ่านแบบเฉียดฉิว(รธน.50ฉบับปีศาจคาบไปร์ทที่ทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอและเหิมเกริมระบุให้ประธานองคมนตรีสามารถเป็นผู้สำเร็จราชการแทนได้หวังตั้งตนเป็นใหญ่เหมือนขันทีจีนที่ละโมบและเหลิงอำนาจ) การสอบคัดเลือกนายอำเภอทุจริตข้อสอบรั่ว จ่าเพียรร้องขอชีวิตแต่อภิสิทธิ์กลับเพิกเฉย พลทหารอภินพเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาจากผลการผ่าศพของแพทย์ศิริราชระบุกระโหลกศรีษะส่วนหลังแตกในคืนวันที่อภิสิทธิ์และเทพเทือกเข้าไปในบ้านพัก แต่คณิตได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าลื่นหกล้มในห้องน้ำเสียชีวิตโดยญาติผู้ตายไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง โพล์ลธุรกิจบัณฑิตพบคนกรุงเทพต้องการให้มาร์คยุบสภาหรือลาออกเกือบ70% เสื้อแดงนับวันยิ่งเติบใหญ่ ต่อสู้อย่างมีเอกภาพและมีแบบแผนทำแต้มทิ้งห่างรัฐบาลอำมาตย์ไปเรื่อยๆ ได้แนวร่วมเพิ่มเติมขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพี่น้องอิสลามในกรุงเทพ กลุ่มชมรมผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างนับแสนคัน กลุ่มนักสื่อสารวิทยุทั่วประเทศ กลุ่มนักวิชาการจุฬาธรรมศาสตร์ กลุ่มสตรี ฯลฯ การเสนอให้ยุบสภาจึงนับเป็นทางออกที่ดีที่สุดและเบาที่สุดของอภิสิทธิ์แล้ว เหตุใดจึงไม่น้อมรับไว้ อย่าลืมว่าเทพเทือกสามารถหลบหนีไปกบดานทางภาคใต้ได้ แต่มาร์คจะหนีไปไหน ครอบครัวลูกเมียพ่อแม่จะอยู่กันอย่างไร ถ้ายังขืนยืนต้านมวลมหาประชาชนคนเสื้อแดงอยู่

จตุพรได้ตอบคำถามในการเจรจาครั้งที่2ไปแล้ว ถึง7เหตุผลที่รัฐบาลอำมาตย์จะต้อง”ยุบสภาภายใน15วัน”เพราะเหตุใด กระชับ จริงใจ และตรงไปตรงมาที่สุด จะไม่มีการนวดแป้งอีกต่อไป พ่อของภรรยามาร์คได้ขอร้องให้มาร์คยุบสภาด้วยความหวังดีเพราะเห็นว่าโอกาสข้างหน้ายังมีอีกมาก ชวนเองไม่พอใจอย่างมากที่มาร์คหนีไปหลบอยู่ตามค่ายทหารอันทำให้ภาพลักษณ์ปชป.เสียหายจนทำให้เกิดความแตกแยกกันเองภายในพรรค ผู้พิพากษาต้องใส่เสื้อเกราะ และให้ตำรวจเฝ้าอารักขาที่บ้านเพราะรู้ดีว่าตนเองตัดสินคดีความโดยมิชอบตกต่ำสุดขีดทั้งคดียึดทรัพย์ คดีชิมไปบ่นไป คดียุบพรรคทรท. พปช. ชท. และอื่นๆด้วยกระบวนพิจารณาอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในโลกใบนี้ ภาพนางเฒ่าให้คนก้มกราบ ภาพไปเยี่ยมกระเทยที่พัทยา ภาพนางเฒ่าตรวจแถวทหารหลังการรัฐประหาร 19 กันยา ภาพหนังสือที่นางเฒ่าเซ็นให้พลเอกปฐมพงษ์ขึ้นเวทีพธม. ภาพผบ.ชน.ต้องเข้าก้มกราบ หลักฐานที่ดินเขาสอยดาว รวมทั้งหนังสือและเทปลับสั่งศาลก้าวก่ายหน้าที่ไม่สมกับเป็นประธานองคมนตรีที่เป็นถึงตัวแทนฟ้า แต่กลับประพฤติตนไม่เหมาะสมขาดความเป็นกลาง ล้วนเป็นเหตุผลที่จะทำให้ต้องยกเลิกระบบองคมนตรีหรือขันทีในไทย ให้กลายเป็นเพียงที่ปรึกษาเพื่อลดทอนอำนาจและการสร้างภาพหลอกลวงปชช.ให้หลงซาบซึ้งกราบไหว้ โดยคงเหลือไว้เพียงบางคนที่จงรักภักดีและตั้งอกตั้งใจทำงาน ในฐานะที่ปรึกษาส่วนตัว หากมีการผลัดเปลี่ยนการขึ้นแท่นของนายพลสายฟ้าในอนาคต นั่นเพราะบารมีทางการเมืองของอำมาตย์ได้หมดสิ้นไปแล้วและ ไม่มีผลต่อการชี้นำของประชาชนอีกโดยรวม แนวตั้งรับของอำมาตย์ล่มสลาย เห็นได้จากเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆ ไม่ได้มีการสะกัดคนเสื้อแดงอย่างจริงจัง อันถือได้ว่าทหารฝ่ายต่อต้าน "ลดปืนลงหมด" คงเหลือทหารที่อำมาตย์สั่งได้จริงราว 5,000 คน เท่านั้นที่อำมาตย์คิดว่า "มั่นใจได้" เทียบไม่ได้กับมวลชนคนเสื้อแดงที่มีเป็นแสนเป็นล้านร่วมกับกำลังพลของทหารเรือ ตำรวจ และทหารนักรบบางหน่วย ลุกลามกลายเป็นสงครามระหว่างคนเสื้อแดงกับอำมาตย์ ระหว่างไพร่กับนายอย่างสมบูรณ์แบบ หาใช่สงครามระหว่างอำมาตย์กับทักษิณอีกต่อไปไม่

กรณ์ผู้มีใจพยาบาทได้ออกมาให้ข่าวว่าเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นโดยไม่ตะหนักถึงความเป็นจริงว่ามีโอกาศที่จะเกิดฟองสบู่อีกรอบในปี53นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเรื่องที่น่าอันตรายยิ่ง อันมีสาเหตุมาจากการปรับลดดอกเบี้ยจนลงต่ำเพื่อกระตุ้นการลงทุนภายในสหรัฐ ทำให้นักเก็งกำไรต่างพากันไปกู้ยืมเงินดอลล่าร์ของสหรัฐเพื่อไปลงทุนยังประเทศเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูง ส่งผลให้ประเทศเกิดใหม่มีค่าเงินแข็งขึ้น ราคาหุ้นส่วนใหญ่ปรับสูงขึ้น จนเริ่มมีความกังวลในเรื่องภาวะฟองสบู่ในสินทรัพย์ เพราะเป็นเงินร้อนที่มาจากการกู้ยืมจากสหรัฐ และนับเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการขยายตัวเป็นบวกอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจช่วงครึ่งแรกของปี53 เงินทุนที่หลั่งไหลเข้าสู่เอเชียได้ทำให้เงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นอย่างมีความผันผวน และอาจสวิงกลับได้จากกรณีข้อพิพาททางการเมืองที่กำลังร้อนระอุ ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ปัญหามาบตาพุด ยังไม่รวมเศรษฐกิจอุตสาหกรรมชั้นนำ30ชาติของโลกหนี้พุ่งเกิน100% เช่น ญี่ปุ่น, อิตาลี, กรีซ ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการคาดการณ์ว่าอุปสงค์จะลดลงของภาคเอกชนทั่วโลกช่วงปลายปี52 ได้ทำให้แต่ละรายลดกำลังผลิตและลดการสต็อกสินค้า แต่เมื่อได้รับการอัดฉีดจนทำให้เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ภาคเอกชนจึงได้หันกลับมาผลิตและสต็อกสินค้ากันอีกครั้ง จึงเกิดการสั่งซื้อวัตถุดิบและเดินเครื่องจักร ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่การกลับมาฟื้นตัวของสินค้าคงคลังและนำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นอาจจะให้ภาพที่ลวงตา และเป็นการฟื้นตัวในระยะสั้น เพราะเมื่อระดับการสต็อคสินค้าใกล้เคียงกับอุปสงค์ ภาคเอกชนก็จะลดกำลังผลิตลง การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงตามไปด้วย

3เม.ย.53วันนี้ คนเสื้อแดงอาจประกาศยกระดับการต่อสู้ กลยุทธ์หนึ่งนั้นอาจจะเป็นการบอยคอยกลุ่มธุรกิจทุนที่สนับสนุนอำมาตย์อย่างเป็นทางการ เช่น ธนาคารกรุงเทพ ฯลฯอย่างเข้มข้น เพราะถือเป็นกล่องดวงใจของอำมาตย์ แต่ก็ต้องฟังมติของพี่น้องปชช.คนเสื้อแดงกันอีกครั้งว่าเห็นชอบอย่างไร การบันทึกภาพเคลื่อนขบวนเสื้อแดงจากด้านบนโดยกูเกิ้ลเอิร์ทของสำนักข่าวต่างประเทศ อุบัติเหตุรถคนเสื้อแดงคว่ำไม่มีผลต่อการร่วมชุมนุมมีแต่โหมไฟแรงฟืน และขอไว้อาลัยด้วยความเคารพยิ่ง สภาพการเคลื่อนพลของคนเสื้อแดงนั้น แม้แต่สงครามเก้าทัพของพม่ายังเทียบเท่าไม่ได้ พื้นที่การรบไม่มีแนวหน้า ทั้งประเทศกลายเป็นสมรภูมิ ทักษิณจะต้องเยือกเย็น และทุ่มเทการทวิตเตอร์แต่ละครั้งให้กระชับ ใหม่สด มีน้ำหนัก ออกจากสมอง เบิกบาน และน่าสนใจอยู่เสมอในแต่ละครั้งที่ต้องออกมาพูด โดยตั้งทีมงานนำเสนอข้อมูลและไม่ควรพร่ำเพรื่อจนเกินไป ยกเว้นกรณีมีเรื่องเร่งด่วน ทักษิณต้องพูดออกจากใจแต่ก็ต้องระมัดระวังผลกระทบจากการพูดโดยเฉพาะเรื่องที่ล่อแหลมพึงหลีกเลี่ยงให้มาก ไม่อยากให้พลาดเป็นปลาตายน้ำตื้น ต้องทำการบ้านให้ดีในช่วงนี้ และควรปล่อยวางงานด้านอื่นๆเพื่อจะได้มีสมาธิจดจ่อต่องานการต่อสู้ทางด้านการเมือง เพราะต้องแบ่งเวลาสำหรับพักตั้งสติและสมาธิเป็นบางช่วงด้วย นอกจากนั้นควรเพิ่มเครือข่ายสถานีวิทยุแต่ละจังหวัดของคนเสื้อแดงให้ครอบคลุมมากขึ้น และครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้แบบไม่มีใส่เกียร์ถอยจนกว่ารัฐบาลจะยุบสภาเท่านั้น ไม่ต้องคิดลังเลเป็นอย่างอื่น

การต่อสู้อย่างมีสติ ต่อสู้ด้วยอุดมการณ์แห่งปชต.ที่ไม่ต้องการให้ใครมากดขี่เอารัดเอาเปรียบทำนาบนหลังคน ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ของโลกที่ทั่วโลกเฝ้าติดตามและคอยลุ้นเอาใจช่วย ทำให้เราได้พื้นที่ข่าวจากต่างประเทศช่วยตีแผ่เปิดโปงความล้าหลังหลงตัวเองของบรรดาเหล่าอำมาตย์ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นๆ และเป็นที่แน่นอนแล้วว่า เราคนเสื้อแดงจะขอทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดที่มี ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะร่วมกันของพี่น้องผองเผ่าไทยทั้งประเทศ นำรธน.40ฉบับปชช.ที่ดีที่สุดกลับมาใช้ เพื่อประกาศก้องไปให้ทั่วฟ้าว่า ที่นี่ประเทศไทย ประเทศที่ประชาชนทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ หาใช่ผู้หนึ่งผู้ใดดังที่ร.7ได้เคยกล่าวเอาไว้ก่อนสละพระราชอำนาจเมื่อ2475ที่ผ่านมาไม่ ขอดวงวิญญานวีรชนคนเดือนตุลา องค์เจ้าตาก องค์นเรศวร บรรพบุรุษชาวบ้านบางระจัน พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อ พระทรงเมือง องค์พระแก้วมรกต จึงปกปักพิทักษ์รักษาพี่น้องคนเสื้อแดงให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงด้วยเถอด

ที่มา.konthaiuk
************************************************

ข้ามให้พ้น “คนกรุงเทพฯ”

น่าเห็นใจคนกรุงเทพฯที่ประสบปัญหาจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง ไหนจะรถติด หนวกหูกับเสียงปราศรัยจากเวทีชุมนุม การค้าขาย การทำมาหากินในย่านที่มีการชุมนุม ไม่สะดวกเหมือนเดิมหรือมีอันต้องหยุดชะงักลง ไหนจะกลัวลูกระเบิด กลัวความรุนแรงสารพัดที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อใด

แต่ดูเหมือนคนกรุงเทพฯจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงปัญหาการชุมนุมทางการเมืองได้ ในเมื่อกรุงเทพฯเป็น “ศูนย์กลาง” ของทุกสิ่งทั้งอำนาจการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สื่อ ฯลฯ ถนนทุกสายจึงมุ่งสู่กรุงเทพฯ

น่าอัศจรรย์ไหมที่ข้าราชการในส่วนภูมิภาคไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายก็ต้องมุ่งสู่กรุงเทพฯ ชาวนา กลุ่มเกษตรกรรายย่อย สมัชชาคนจน กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน หมู่บ้าน หรือแม้แต่การทวงที่นาคืนจากการถูกรัฐละเมิดสิทธิ์อย่างกรณี ยายไฮ ขันจันทา ก็ต้องมุ่งสู่กรุงเทพฯ (และน่าจะเป็นการเดินทางเทียวไปเทียวมายาวนานที่สุดร่วม 30 ปี จึงได้รับความเป็นธรรม)

ในบรรดาความเป็นศูนย์กลางด้านต่างๆนั้น “ความเป็นศูนย์กลางฉันทานุมัติทางการเมือง” ของคนกรุงเทพฯ นับว่า “ทรงอิทธิพล” อย่างสูงยิ่ง ดังตำนาน “สองนคราประชาธิปไตย” ที่ว่า “คนชนบทตั้งรัฐบาล คนกรุงเทพฯ ล้มรัฐบาล”

แม้แต่กรณียายไฮ ถ้าเรื่องราวการเดินเท้าในระยะทางกว่า 20 ก.ม.จากหมู่บ้านไปอำเภอเพื่อยื่น “จดหมาย” (ที่เขียนด้วยมือ) ขอความเป็นธรรมครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องราวการมาร่วมชุมนุมที่หน้าทำเนียบฯครั้งแล้วครั้งเล่าของหญิงชราขาวชนบทคนหนึ่งไม่ได้ออกรายการทีวีของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา และถูกนำเสนอผ่านสื่อกระแสหลัก คิดหรือว่ารัฐบาลจะ “รับรู้” และรับผิดชอบแก้ไข

เสียงของคนกรุงเทพฯ (ผ่านสื่อ) ที่แสดงออกถึงความสงสาร เห็นใจ และชื่นชมการต่อสู้ของยายไฮต่างหากที่ทำให้รัฐบาล “ได้ยิน” ลำพังเสียงของยายไฮล้วนๆ แม้จะเป็นเสียงตรง เสียงจริง เสียงความทุกข์ยากที่บริสุทธิ์ใสซื่ออย่างไรก็ไม่มีรัฐบาลไหนจะ “ได้ยิน” หรอกครับ

ในเมื่อกรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางของฉันทามติทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลสูงยิ่ง ที่อาจส่งผลกระทบในเรื่องใหญ่สุด เช่น เสถียรภาพของรัฐบาล ไปจนถึงเรื่องเล็กสุด เช่น การได้รับความเป็นธรรมของหญิงชราชาวชนบทคนหนึ่ง

เช่นนี้แล้วในด้านกลับคนกรุงเทพฯ จึงต้องมีต้นทุนที่จำเป็นต้องจ่าย นั่นคือความเดือดร้อนต่างๆนานาอันเกิดจาก “เสียง” จากทุกสารทิศ โดยเฉพาะเสียงของคนชนบทที่มาร้องขอ “ฉันทานุมัติ” จากคนกรุงเทพฯ เพื่อส่งผ่านให้รัฐบาล “ได้ยิน”

แต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย คนกรุงเทพฯ มักจะถูกแย่งชิงฉันทามติจากฝ่ายขัดแย้งทางการเมืองฝ่ายต่างๆอยู่เสมอ เช่น การชุมนุมของคนเสื้อแดงครั้งนี้ ฝ่ายรัฐบาลรัฐบาลใช้สื่อของรัฐและสื่อกระแสหลักโหมประโคมอย่างเต็มที่ในด้านการวิเคราะห์ คาดการณ์ และการเตรียมการป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ฝ่ายเสื้อแดงก็เน้นภาพการชุมนุมอย่างสงบสันติ อหิงสา เน้นสงครามจิตวิทยาที่ต้องการดึงคนกรุงเทพฯ มาเป็นแนวร่วม

(แต่คนเสื้อแดงแทบไม่มีสัดส่วนในการนำเสนอข้อเท็จจริง “ความคิด” หรือข้อโต้แย้งฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่สื่อของรัฐและสื่อกระแสหลักมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับฝ่ายรัฐบาลที่ใช้ “ช่องหอยม่วง” นำเสนอบทวิเคราะห์ ความเห็น ข้อโต้แย้งของฝ่ายตนหรือฝ่ายสนับสนุนตนวันละหลายชั่วโมง)

แต่ละฝ่ายที่หยั่งเชิงกันไปมาต่างก็คอยเงี่ยหูฟังว่า คนกรุงเทพฯ จะเอายังไง? ที่รัฐบาลไม่ยอมยุบสภาใน 15 วัน ก็เพราะเชื่อมั่นว่า สามารถอธิบายเหตุผลให้คนกรุงเทพฯ ยอมรับได้ เหตุผลที่แท้จริงของคนเรือนแสนที่มาชุมนุมไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลต้องใส่ใจวิเคราะห์อย่างจริงจัง

แต่ฝ่ายที่น่าเห็นใจคือฝ่ายที่มาชุมนุม เพราะนอกจากจะบากหน้ามาหารัฐบาลที่ไม่สนใจรับฟังปัญหา หรือ “วาระ” ที่แท้จริงของพวกเขาแล้ว ยังจำเป็นต้องพยายาม “แสดงออก” เพื่อให้ได้ฉันทานุมัติจากคนกรุงเทพฯ อีกด้วย ซึ่ง “มาตรฐาน” ของการจะให้หรือไม่ให้ฉันทานุมัติของคนกรุงเทพฯนั้น ก็เอาแน่นอนไม่ค่อยได้

ครั้งหนึ่งคนกรุงเทพฯเคยเห็นว่า รัฐบาลทักษิณแทรกแซงองค์กรอิสระกรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับพิจารณาข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของทักษิณ แต่ครั้งนี้คนกรุงเทพฯ ไม่เห็นว่าอภิสิทธิ์แทรกแซงองค์กรอิสระกรณีเตะถ่วงคดียุบพรรคประชาธิปัตย์เรื่องรับเงินบริจาค 258 ล้านบาท

ครั้งหนึ่งคนกรุงเทพฯ ทนไม่ได้กับ “รายการความจริงวันนี้” ที่ยึดทีวีของรัฐเสนอทัศนะทางการเมือง “ข้างเดียว” แต่ปัจจุบันนี้คนกรุงเทพฯกลับเฉยๆกับการที่ทีวีของรัฐ “ช่องหอยม่วง” ถูกยึดเป็นสาขาหนึ่งของ ASTV ที่เอาการเอางานกับการให้ “ความรู้” และให้ “ปัญญา” แก่ประชาชนชาวไทย (ที่ยังโง่ ยังถูกทักษิณหลอก) และ “คลายปม” ปัญหาของประเทศด้วยการเสนอความเห็นทางการเมือง “โคตรข้างเดียว”

ผมไม่แน่ใจว่าที่แกนนำคนเสื้อแดงยกระดับการชุมนุมกดดันรัฐบาลมากขึ้นนั้น จะทำให้ได้รับฉันทานุมัติเพิ่มขึ้นจากคนกรุงเทพฯ และจะชนะก่อนสงกรานต์ดังที่ประกาศหรือไม่

ถ้ายังหวังฉันทานุมัติจากคนกรุงเทพฯ ทางที่เป็นไปได้คือยอมเจรจาต่อรองเรื่องเงื่อนเวลาในการยุบสภา และสิ่งที่ต้องทำก่อนยุบสภา

ไม่เช่นนั้นก็ต้องข้ามให้พ้น “คนกรุงเทพฯ” ด้วยการพักรบกลับไปตั้งหลักใหม่ ถ้านับจำนวนคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดเฉพาะภาคอิสานภาคเดียวก็มากกว่าคนกรุงเทพฯ มากแล้ว การกลับไปสร้างความเป็นเอกภาพทางความคิดให้เหนียวแน่นมากขึ้นในหมู่ประชาชนภาคเหนือ ภาคอิสาน และที่อื่นๆ พร้อมกับร่วมกันคิดสร้างแนวทางในอนาคตว่าทำอย่างไรคนต่างจังหวัด คนชนบทจะต้องไม่วิ่งมาขอความเป็นธรรม ขอให้แก้ปัญหา ขอประชาธิปไตย ฯลฯ โดยต้องคอยอาศัยฉันทานุมัติจากคนกรุงเทพฯ อีกต่อไป

ทำอย่างไร “เสียง” หรือฉันทานุมัติของคนชนบทจะมีความหมายเท่าเทียม หรือถ่วงดุลเสียงหรือฉันทานุมัติของคนกรุงเทพฯได้มากขึ้น?

นี่เป็นปัญหาที่คนเสื้อแดงควรร่วมกันคิดในระยะยาว เพื่อทำให้ชัยชนะ (ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า) มีความหมายต่อการสร้างประชาธิปไตยที่จับต้องได้!

ที่มา.นักปรัชญาชายขอบ
************************************************