--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

สินเชื่อบ้าน-รถ-SMEs มีสัญญาเงินกู้ก่อน 1 ม.ค.67 (สมาคมแบงก์จ่อพักดอกเบี้ย)

สมาคมธนาคารไทย ร่วมมือกับภาครัฐเตรียมออกมาตรการลดภาระชำระหนี้ ช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย “บ้าน-รถยนต์-ธุรกิจขนาดเล็ก” โดยเป็นสัญญาเงินกู้ที่ทำก่อน 1 ม.ค. 2567 และเป็นสัญญาที่ประสบปัญหาการชำระหนี้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
ตามที่สมาคมธนาคารไทยได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้าและไม่ทั่วถึง ทำให้รายได้ธุรกิจและครัวเรือนบางกลุ่มยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
อีกทั้งยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาวะการเงินของภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการ SMEs เปราะบางขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย ที่ยังมีหนี้สูงและประสบความยากลำบากในการชำระหนี้ ทั้งสี่หน่วยงานข้างต้น จึงเห็นร่วมกันในการที่ต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระทางการเงินเพิ่มเติมให้แก่ลูกหนี้
มาตรการเพิ่มเติมนี้จะเป็นความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนในการมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อผู้ประกอบธุรกิจรายเล็ก ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่สูงและประสบปัญหาในการชำระหนี้ ให้สามารถประคองตัว รักษาสินทรัพย์สำคัญ ทั้งที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ และสถานประกอบการไว้ ผ่านแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ที่จะช่วยลดภาระการผ่อนชำระต่องวดอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่เข้าร่วมมาตรการ โดยผ่อนชำระเฉพาะเงินต้นเท่านั้น และพักชำระดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หากลูกหนี้ปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดจะได้รับยกเว้นสำหรับดอกเบี้ยที่พักแขวนไว้
ซึ่งจะเป็นการช่วยอย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม โดยจะมีแรงจูงใจให้ลูกหนี้รักษาวินัยในการผ่อนชำระ ทั้งในช่วงเข้าร่วมมาตรการและหลังจบมาตรการ โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการ ลูกหนี้จะไม่สามารถก่อหนี้เพิ่มได้ช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดภาระหนี้ให้ได้อย่างแท้จริง และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์จงใจผิดนัดชำระหนี้ เพื่อใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้
ทั้งนี้ มาตรการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้จะเป็นมาตรการชั่วคราว และเป็นมาตรการครอบคลุมเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ขนาดเล็กที่ตั้งใจจะลดหนี้และมีโอกาสที่จะกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติในระยะข้างหน้า เมื่อรายได้ฟื้นตัว ซึ่งจะเป็นจุดตั้งต้นของการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และรองรับกับมาตรการระยะถัดไปของภาครัฐ ที่จะส่งเสริมการเข้าสู่ระบบข้อมูลที่ทุกภาคส่วนสามารถทราบถึงภาระและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้ ไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้เกินกำลัง หรือเกินความจำเป็น รวมถึงให้มีรายได้ขั้นต่ำที่พอเพียงในการดำรงชีพ หรือยกระดับทักษะและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจรายเล็ก
โดยกลุ่มเป้าหมายคือลูกหนี้ที่มีวงเงินสินเชื่อขนาดเล็ก ที่เป็นไปตามเกณฑ์สำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เป็นสัญญาเงินกู้ที่ทำก่อน 1 มกราคม 2567 และเป็นสัญญาที่ประสบปัญหาการชำระหนี้ตามเกณฑ์ที่กำหนด อ้างอิงข้อมูล ณ 31 ตุลาคม 2567 ซึ่งคุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมาย เกณฑ์การเข้าร่วม และรายละเอียดของมาตรการ สมาคมธนาคารไทย กระทรวงการคลัง และ ธปท.อยู่ระหว่างการดำเนินการ จะประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการต่อไป.
ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ระดับความรุนแรงของพายุแม่เหล็กโลก..//

ห้องสมุดดาราศาสตร์
โดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
ดวงอาทิตย์ เป็นดาวฤกษ์ที่มนุษย์คุ้นเคยที่สุด เป็นดาวที่เป็นทั้งผู้ให้กำเนิด และให้พลังงานหล่อเลี้ยงชีวิตบนโลก ดวงอาทิตย์ที่ดูเหมือนเป็นทรงกลมเกลี้ยงที่สงบเงียบแท้จริงแล้วมีปรากฏการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา บางครั้งอาจเกิดการปะทุใหญ่ บนพื้นผิว พ่นทั้งพลังงานและอนุภาคพลังงานสูงออกมาเป็นปริมาณมาก ซึ่งส่งผลกระทบมาถึงโลกได้
พายุสุริยะจากดวงอาทิตย์ ทำให้สนามแม่เหล็กโลกปั่นป่วน ส่งผลกระทบหลายด้านต่อโลก
หนึ่งในปรากฏการณ์ที่เกิดจากการปะทุบนดวงอาทิตย์ที่มีผลมาถึงโลกคือ พายุแม่เหล็กโลก เกิดจากลมสุริยะที่มีความรุนแรงปะทะเข้ากับสนามแม่เหล็กของโลกจนทำให้เกิดความปั่นป่วน แม้การปะทะนี้จะเกิดขึ้นในอวกาศเหนือชั้นบรรยากาศโลกไป แต่ก็ส่งผลกระทบต่อโลกได้ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเทคโนโลยีอวกาศ เช่นดาวเทียม การส่งกำลังไฟฟ้า หรือการสื่อสารวิทยุ ส่วนผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตมนุษย์มีไม่มากนัก
องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ โนอา (NOAA--National Oceanic and Atmospheric Administration) ได้กำหนดมาตราหนึ่งสำหรับแสดงระดับความรุนแรงของปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศนอกโลกที่จะมีผลต่อโลกไว้เพื่อความสะดวกในการสื่อสารกับสาธารณชน มาตรานี้แสดงด้วยตัวเลขในทำนองเดียวกับมาตราริกเตอร์ที่แสดงความรุนแรงของแผ่นดินไหวหรือมาตราฟุชิตะที่ใช้ในการแสดงความรุนแรงพายุ
มาตรา ระดับความแรง ผลกระทบ
G 5 รุนแรงที่สุด ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าและระบบป้องกันเสียหายทั่ว ระบบสายส่งไฟฟ้าอาจล่มหรือดับถาวร หม้อแปลงไฟฟ้าอาจเสียหาย ยานอวกาศมีปัญหาจากประจุเข้มข้นที่สะสมที่ผิวยาน มีปัญหาด้านการสื่อสารและการควบคุมทิศ กระแสไฟฟ้าในท่อส่งน้ำอาจสูงหลายร้อยแอมแปร์ การกระจายสัญญาณความถี่สูงล้มเหลว เกิดแสงเหนือแสงใต้ลามไปถึงระดับละติจูดแม่เหล็ก 40 องศา
G 4 รุนแรงมาก ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าอาจเกิดความเสียหายเป็นพื้นที่กว้าง ยานอวกาศอาจเกิดการสะสมประจุขึ้นที่พื้นผิวและอาจมีปัญหาในการสื่อสารและควบคุมทิศ เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นในท่อส่งน้ำ เกิดแสงเหนือแสงใต้ลามไปถึงละติจูดแม่เหล็ก 45 องศา การกระจายสัญญาณความถี่สูงขัดข้องเป็นระยะ
G 3 รุนแรงปานกลาง แรงดันไฟฟ้าในระบบส่งไฟฟ้าผิดปรกติ แต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบปรับแรงดัน อาจเกิดการสะสมประจุในชิ้นส่วนของดาวเทียมและอาจเกิดความผิดพลาดกับระบบควบคุมทิศทาง มีปัญหากับระบบกระจายสัญญาณวิทยุความถี่ต่ำเป็นระยะ เกิดแสงเหนือแสงใต้ลามลงไปถึงระดับละติจูดแม่เหล็ก 50 องศา
G 2 ปานกลาง ระบบสายส่งไฟฟ้าที่ละติจูดสูง ๆ อาจเกิดความผิดปรกติของแรงดัน หากเกิดเป็นเวลานานอาจทำให้หม้อแปลงไฟฟ้าเสียหาย การควบคุมทิศทางของดาวเทียมอาจเกิดความผิดปรกติแต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบรักษาทิศทาง และอาจทำให้วงโคจรเปลี่ยนแปลง สัญญาณความถี่สูงที่ละติจูดสูงอาจอ่อนกำลัง เกิดแสงเหนือใต้ลามมาถึงระดับ 55 องศา
G 1 น้อย เกิดความผันผวนของแรงดันในระบบส่งกำลังไฟฟ้าเล็กน้อย สัตว์ที่อพยพโดยใช้สนามแม่เหล็กในการกำหนดทิศอาจสับสน เกิดแสงเหนือใต้ที่ละติจูดสูง
ที่มา:สมาคมดาราศาสตร์ไทย - thaiastro.nectec.or.th

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2567

พาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้าช่วงกินเจ.....II?

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายในการกำกับดูแลราคาและปริมาณสินค้า “ห้ามขาด ห้ามแพง” และได้มอบหมายให้ผู้บริหารกระทรวงสำรวจตลาดในกรุงเทพและปริมณฑล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจ มอบกรมการค้าภายในลงพื้นที่สำรวจตลาดรังสิต พบตลาดมีการจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก ในส่วนของราคาและปริมาณทั้งผักสดและอาหารสดปรุงสำเร็จ มีปริมาณ เพียงพอและราคาอยู่ในเกณฑ์ปกติ พบผักบางรายการมีการแบ่งขายราคาประหยัดเพียงกำละ 10 บาท
นายวิทยากร มณีเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังจากตรวจเยี่ยมตลาดรังสิต ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ให้มีการกำกับดูแลสินค้า “ห้ามขาด ห้ามแพง” ผมจึงได้ร่วมกับกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่สำรวจราคาและปริมาณสินค้าในตลาดสดช่วงเทศกาลกินเจ 3-11 ตุลาคม 67 ในโครงการ “พาณิชย์จัดให้ ลดราคา เทศกาลกินเจ อิ่มบุญราคาประหยัด” โดยร่วมกับสมาคมตลาดสด คุณขจรศรี สีม่วง ผู้จัดการสมาคมตลาดสดไทย และคุณสุดารัตน์ ชินวิรารัตน์ ผู้จัดการตลาดสดรังสิตและพันธมิตรต่างๆ เพื่อดูแลผู้บริโภคในช่วงเทศกาลกินเจ และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงกินเจให้ซื้อได้ในราคาประหยัด จึงได้ลงพื้นที่ตลาดรังสิต ซึ่งเป็นตลาดในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พบวัตถุดิบและเครื่องปรุงประกอบอาหารเจ ราคาลดลง และส่วนใหญ่ทรงตัว อาทิ เห็ดหอมธรรมชาติ ฟองเต้าหู้ ดอกไม้จีน โปรตีนเกษตร และซอสปรุงรสประเภทถั่วเหลืองต่างๆ ไม่มีการปรับราคาเพิ่มแต่อย่างใด ในส่วนของอาหารสดปรุงสำเร็จที่เป็นเมนูเจ ในตลาดรังสิต ราคาเริ่มต้นที่ 30-40 บาท
ในส่วนของผักสด มีการขายปลีก คะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักกาดขาว มะเขือเทศ และมะนาว ราคาลดลงจากปีก่อน ในส่วนของแตงกวา ฟักเขียว หน่อไม้และข้าวโพด ราคาทรงตัวเท่ากับปีก่อน โดยในตลาดนี้ มีการจัดแบ่งขายเป็นกำ ขายในราคาประหยัด อาทิ ผักบุ้งจีน คะน้า ต้นหอม ชุดเครื่องต้มยำ กำละ 10 บาท
นายวิทยากรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังมีการตั้งจุดตรวจตราชั่งมาตรฐาน ภายในตลาดรังสิต เพื่อให้ผู้บริโภคได้มั่นใจว่าซื้อราคาที่ถูกต้องแล้วยังได้น้ำหนักที่ครบถ้วน จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคประชาชนทุกท่านมาร่วมจับจ่ายใช้สอยในตลาดรังสิต และนอกจากนี้จะได้มีการลงพื้นที่สำรวจในตลาดอื่นๆอีกในกทม. และปริมณฑล ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจและออกมาจับจ่ายใช้สอย และหากพบเห็นความผิดปกติในด้านราคาและปริมาณสินค้า สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน
ในส่วนประชาชนได้รับเงินรัฐหนึ่งหมื่นบาทมีส่วนกระตุ้นในการจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างดี ทางกระทรวงพาณิชย์จึงได้มาสำรวจตลาดในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลก็พบว่า ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก ก็เป็นการหมุนเวียนเงินในระบบ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เอง มีหน้าที่กำกับดูแลราคาไม่ให้เกิดความผิดปกติโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ สั่งการให้กรมการค้าภายในมีการติดตามอย่างใกล้ชิดและได้พูดคุยกับสมาคมที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์ไม่ให้สินค้าขาดแคลน และจากการจัดกิจกรรมดังกล่าวคาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ 2,250 ล้านบาท ลดค่าของชีพให้กับประชาชนได้กว่า 750 ล้านบาท ซึ่ง โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและสอดรับกับโครงการเงินดิจิตอลของรัฐบาลด้วย“ นายวิทยากร กล่าว
ที่มา.เนชั่น ออนไลน์
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx