การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก จัดขึ้นครั้งแรกที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2548 โดยมีการลงนาม Kuala Lumpur Declaration on East Asia Summit กำหนดให้การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก เป็นเวทีหารือทางยุทธศาสตร์ที่เปิดกว้าง โปร่งใส และครอบคลุม
การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 2 เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2550 ที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดสาขาความร่วมมือหลัก 5 สาขา ได้แก่ พลังงาน การศึกษา การเงิน และการจัดการภัยพิบัติ ไข้หวัดนก (ก่อนจะปรับเป็นประเด็นสาธารณสุขระดับโลกและโรคระบาดในปี 2554) และยินดีกับข้อเสนอของญี่ปุ่นให้จัดตั้ง Economic Research Institute for ASEAN and East Asia (ERIA) และการจัดทำ Comprehensive Economic Partnership in East Asia (CEPEA)
ทั้งนี้ ที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้รับรอง Declaration of the Sixth East Asia Summit on ASEAN Connectivity ซึ่งให้บรรจุความเชื่อมโยงเป็นสาขาความร่วมมือหลักเพิ่มเติม จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 5 สาขา
นอกเหนือไปจากการรับรอง Declaration of the East Asia Summit on the Principles for Mutually Beneficial Relations เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะยอมรับร่วมกันในหลักการและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่จะเป็นตัวกำหนดรูปแบบและแนวทางในการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างประเทศที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก
และ Declaration of the East Asia Summit on ASEAN Connectivity เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความร่วมมือระหว่างอาเซียนและประเทศคู่เจรจาที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ในการพัฒนาความเชื่อมโยงในอาเซียนตาม Master Plan on ASEAN Connectivity
นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้ริเริ่มจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับพลังงานชีวภาพ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2551 เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีพลังงานเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 2 เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2551 ผลักดันการออก Joint Press Statement of the East Asia Summit on the Global Economic and Financial Crisis เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2552 และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยสินเชื่อเพื่อการค้า เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2552 ซึ่งต่อมาออสเตรเลียได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งที่ 2 เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2553 ที่นครซิดนีย์
ในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2552 ที่ชะอำ หัวหิน ไทยได้ผลักดันการรับรอง Cha-am Hua Hin Statement on EAS Disaster Management เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการเตรียมความพร้อมที่รอบด้าน และเพิ่มประสิทธิภาพของการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในภูมิภาค รวมทั้งการออก Joint Press Statement of the 4th EAS on the Revival of Nalanda University เพื่อแสดงการสนับสนุนทางการเมืองต่อข้อริเริ่มของอินเดียในการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยนาลันทา
ในการประชุม AMM Retreat ที่เมืองลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 - 17 มกราคม พ.ศ.2554 ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับทิศทางของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก โดยไทยได้เสนอ Discussion Paper on ASEAN Strategy for the Expanded East Asia Summit: Reaffirming ASEAN Centrality in an Emerging Regional Architecture ซึ่งมีข้อเสนอที่สำคัญ 4 ประการ คือ
ทั้งนี้ ที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งที่ผ่านมานี้ ได้รับรองเอกสารจำนวน 2 ฉบับได้แก่ 1) แถลงการณ์พนมเปญว่าด้วยข้อริเริ่มด้านการพัฒนาของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (Phnom Penh Declaration on East Asia Summit Development Initiative) ซึ่งเสนอโดยจีน 2) แถลงการณ์การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 7 ว่าด้วยการรับมือในระดับภูมิภาคเกี่ยวกับการควบคุมและจัดการกับปัญหาโรคมาลาเรียที่ดื้อยา (Declaration of the 7th East Asia Summit on Regional Responses to Malaria Control and Addressing Resistance to Antimalarial Medicines) ซึ่งเสนอโดยออสเตรเลีย